×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 813

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 840

ยุทธศาสตร์ใหม่ของยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่น “โตชิบา”

December 19, 2017 570

โตชิบา ไทยแลนด์ รุกหนักปีหน้า แพลนเป็นที่ 1 ในแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน คาดรายได้โตกว่า 10 %  โดยวางเครือข่ายธุรกิจ ญี่ปุ่น จีน และไทย ดึงจุดแข็งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และยุทธศาสตร์ในการเจาะตลาดภูมิภาคเอเชีย

โตชิโระ อิชิวาตาริ ประธาน บริษัท โตชิบา ไลฟ์สไตล์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส คอร์ปอ เรชัน (TLSC) ประเทศญี่ปุ่น  ประกาศนโยบายและแผนการตลาดเชิง  โดยจัดตั้งสำนักงานใหญ่โตชิบา หรือ IHQ (International Head Quarter) ขึ้นในประเทศไทย  โดยจะเปิดตัวเป็นทางการในเดือน มกราคม 2561 ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชีย เป็นครั้งแรกในการจัดตั้ง IHQ นอกประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ IHQ จะเป็นเซ็นเตอร์ (ฮับ) ในการดูแลและบริหารงานต่างๆ ในภูมิภาค ตลาดหลัก ประกอบด้วย ฮ่องกง, มาเลเซีย, ไทย ลาว กัมพูชา, เวียดนาม, ไต้หวัน และตะวันออกกลาง ซึ่งจะให้ความสำคัญทางด้านการผลิต การตลาด และการขาย เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการในแต่ละภูมิภาค รวมไปถึงการบริหารจัดการต้นทุนให้สามารถแข่งขันได้ มีความรวดเร็วในการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด

นอกจากนี้  IHQ ยังรองรับแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้มีการตั้งสำนักงานอินเตอร์เนชั่นแนลในไทยอีกด้วย

กลยุทธ์เชิงรุกของโตชิบาครั้งนี้เป็นการขยายผลและต่อยอดเชิงยุทธศาสตร์จากการรวมกันของ TLSC และผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของจีน  ไมดาส กรุ๊ป (Midea Group) เมื่อกลางปี 2559 ที่ผ่านมา ในการพัฒนาและขยายฐานธุรกิจรองรับความต้องการของตลาดโลก (Global Market) มากยิ่งขึ้น นอกจากตลาดหลักเอเชียแล้วจะเปิดเกมรุกเข้าสู่ตลาดสหรัฐและยุโรปอีกด้วย

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพัฒนาโปรเจคใหม่ร่วมกันกว่า 50 โปรเจค หรือ 50 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะทยอยออกสู่ตลาด ขณะที่อีกกว่า 10 ผลงานได้เริ่มจำหน่ายในตลาดประเทศต่างๆ แล้ว นอกจากนี้มีแผนขยายฐานการผลิตในประเทศต่างๆ นอกจากไทย ที่เป็นหนึ่งในฐานหลัก เพื่อเพิ่มกำลังผลิตรองรับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า

มาซาอากิ คิมูระ ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด  และกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ในฐานะ ที่ปรึกษากิติมศักดิ์ พร้อมทีมผู้บริหาร กล่าวถึง นโยบายเชิงกลยุทธ์ในปี 2561และ เปิดเผยถึง ภาพรวมเศรษฐกิจ และตลาดในประเทศไทยว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อยู่ในช่วงฟื้นตัว และมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะปลายปี มีปัจจัยบวกหลายอย่างที่มาส่งเสริมสภาพเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ทั้งจากการเติบโตของการท่องเที่ยว

 การส่งออก อัตราการบริโภคภายในประเทศ รวมไปถึง GDP ที่เพิ่มสูงขึ้น หรือแม้แต่แคมเปญช้อปช่วยชาติที่เข้ามากระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยได้ดี

สำหรับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในปี 2560 ปริมาณความต้องการลดลงเล็กน้อย เนื่องจากฤดูร้อนที่ผ่านมา อากาศไม่ร้อนตามที่คาดการณ์ ส่งผลให้ยอดขายเครื่องปรับอากาศลดลงเกือบ 10% ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่น อาทิ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และผลิตภัณฑ์เครื่องครัวยังมีการเติบโตอยู่ ส่วนตลาดทีวี มีการหดตัวเล็กน้อยในเรื่องปริมาณ แต่เติบโตในเชิงคุณภาพแทน โดยผู้บริโภคจะเลือกซื้อทีวีที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และเน้นที่เป็น UHD4K และสมาร์ททีวีมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจปีหน้า เชื่อว่าทั้งเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในประเทศไทยจะดีขึ้นเรื่อยๆ เราวางแผนที่จะขยายธุรกิจของเราให้เติบโตยิ่งขึ้น จากการที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพิ่มมากมาย อาทิ ตู้เย็น 1 ประตูสีใหม่ ตู้เย็น 2 ประตูไซส์เล็กลง แอร์อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ ทีวี หม้อหุงข้าว และไมโครเวฟ เป็นต้น มากไปกว่านั้น บริษัทยังได้จัดทัพทีมผู้บริหารใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตลาดและการขาย ซึ่งเราตั้งเป้าจะยังคงรักษาความเป็นแบรนด์ตู้เย็นเบอร์ 1 แบรนด์ Android TV เบอร์ 1 และมุ่งที่จะเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องครัวเบอร์ 1 ภายในเวลา 3 ปี สำหรับการขาย บริษัทตั้งเป้าเติบโต 10%

นายไบรอัน จ้าว รองประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ส่วนงานการขายและการตลาดเปิดเผยว่า นอกจากความพร้อมด้านสินค้าที่มีหลากหลายแล้ว เราวางเป้าหมายชัดเจน ที่จะตอกย้ำสโลแกน "โตชิบา…นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต" ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 48 ปี โดยตั้งวิสัยทัศน์ที่จะเป็น Top 3 แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความแข็งแกร่งจากการร่วมมือกันของ 3 ประเทศ คือ ชื่อเสียง นวัตกรรม คุณภาพ และประสบการณ์อันยาวนานกว่า 140 ปี ของ Toshiba จากประเทศญี่ปุ่น ความได้เปรียบเรื่องทรัพยากรต่างๆ ความรวดเร็วในการซัพพลายสินค้า การทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ผลิตภัณฑ์อย่างหนัก เพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ของ Midea ประเทศจีน

โดย Midea มีการลงทุนทางด้าน R&D กว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีศูนย์วิจัย (Research Center) 17 แห่งใน 8 ประเทศทั่วโลก มีนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญกว่า 10,000 คน และเป็นเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ และสิทธิบัตรต่างๆกว่า 26,000 ชิ้น นอกจากนี้ Midea ยังมีฐานการผลิตในประเทศจีน 18 แห่ง และกระจายอยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลกอีก 15 แห่ง ที่จะช่วยผลิตและซัพพลายสินค้าสำหรับส่งขายทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว และท้ายสุดประสบการณ์การขาย และการตลาดจากประเทศไทยกว่า 48 ปี ทั้ง 3 ส่วนรวมกันเพื่อผลักดันให้โตชิบา เป็นแบรนด์ชั้นนำที่อยู่ในใจผู้บริโภคตลอดไป

 

นโยบายเชิงกลยุทธ์ในปี 2561

ด้านนโยบายเชิงกลยุทธ์ในปี 2561 ให้ความสำคัญกับ 3 แกนหลักคือ เน้นการสร้างแบรนด์ สร้างการรับรู้ และสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ด้วยกลยุทธ์สื่อสารการตลาด ภายในงบสำหรับโฆษณาและส่งเสริมการขาย 12% ของยอดขายเพื่อสร้างการรับรู้ ความเชื่อมั่น นำไปสู่การซื้อสินค้าโตชิบา ที่เน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

ทั้งนี้เพื่อให้สินค้ามีความหลากหลาย และแข่งขันได้จากการเพิ่มไลน์สินค้า โดยการอัพเกรดสินค้าให้มีคุณภาพและทันสมัย  และเป็นผู้นำในสินค้าที่เป็นที่นิยม โดยเน้นทำตลาดสินค้าหลักของโตชิบาใน 4 กลุ่ม คือ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และเครื่องครัว   รวมถึงการบริหารจัดการช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและทั่วถึง ในช่องทางการขายผ่านอีคอมเมิร์ซมากขึ้น ตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคยุค 4.0  ที่ชอบความสะดวกสบาย

 

 

 

รุกหนักกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

บุนยรัตน์ ไตรสิริสมบัติ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน กล่าวว่า เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อจะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น ในกลุ่มหม้อหุงข้าว 2 รุ่น ขนาด 1 ลิตร และ 1.8 ลิตร ที่จะมาขยาย Market Share ของโตชิบาให้กว้างขึ้น โดยเจาะตลาดแมส ด้วยราคาที่ถูกลง ซึ่งเป็นการขยายฐานจากเดิมที่เราเป็น เจ้าตลาดในหม้อหุงข้าวระดับกลาง

 รวมถึงการรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ชอบทำอาหารและขนมมากขึ้น ด้วยไมโครเวฟเครื่องเดียว สามารถทำได้หลากหลาย โดยเปิดตัวไมโครเวฟ 7 รุ่นใหม่ ตั้งแต่ขนาด 20 - 34 ลิตร  ซึ่งเราตั้งเป้าว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า เราจะเป็นเบอร์ 1 เรื่องเครื่องครัว

ขณะเดียวกันการทำตลาดตู้เย็น จะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ ทั้งเซกเมนต์ 1 ประตูที่เน้นจุดเด่นเพิ่มสีสันให้มีความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงการขยายไลน์เซกเมนต์ 2 ประตู ขนาดเล็ก รองรับการขยายตัวของตลาดคอนโดมิเนียม รวมถึงเพื่อเตรียมรับหน้าร้อนที่จะมาถึง โตชิบาได้ทำวิจัย และสอบถามความต้องการของลูกค้า จึงเป็นที่มาของการออกตู้เย็นใหม่ ทั้งตู้เย็น 1 ประตู ซึ่งได้เพิ่มสีสันให้หลากหลายขึ้น ทั้งรุ่น Curve และ Plus เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า รวมไปถึงการขยายไลน์ตู้เย็น 2 ประตู ขนาดเล็ก

 

เป้า 3 ปีผู้นำตลาดแอนดรอยด์ทีวี

ฮิโรยูกิ ทาคาเสะ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ทีวี กล่าวว่า ในปี 2561 เป็นปีที่มีปัจจัยบวกทั้งการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 และนวัตกรรมของกกลุ่มผลิตภัณฑ์ทีวี ซึ่งโตชิบาเตรียมจะรุกทำตลาดแอนดรอยด์ทีวี รุ่นที่เป็น Ultra HD 4K Android TV ที่เชื่อมต่อประสบการณ์ความบันเทิงได้หลากหลาย เหนือกว่าสมาร์ททีวีทั่วไป ทั้งดูหนัง เล่นเกม เชื่อมต่อคอนเทนท์ และฟังก์ชันต่างๆได้ง่ายๆบนทีวีจอยักษ์

ซึ่งประเมินว่าในปัจจุบันมีสัดส่วน 6% ของตลาดทีวีรวม  โดยโตชิบาวางเป้าหมายผู้นำตลาด ใน 3 ปี ด้วยส่วนแบ่งไม่ต่ำกว่า 30-40% ของตลาดแอนดรอยด์ 

 

 

เพิ่มศักยภาพระบบภายในองค์กร

กนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานกรรมการบริหารบริษัท กล่าวเสริมว่า นอกจากบริษัทฯจะเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และแผนการตลาดต่างๆตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว บริษัทฯ ยังได้มีแผนการพัฒนาระบบสารสนเทศ ระบบงานบริการหลังการขาย ระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตในอนาคต

นอกจากนี้ขอให้เชื่อมั่นในโตชิบา เรายังคงเป็น แบรนด์ที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โรงงานทั้งหมดในประเทศไทย ยังคงผลิตสินค้าโตชิบาเพื่อส่งขายในประเทศ และส่งออกไปต่างประเทศทั่วโลก เรา (TPT) ผลิตตู้เย็น 2 ประตูกว่า 10 ล้านเครื่อง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา และ TTEI ผลิต ตู้เย็น 1 ประตู กว่า 8 ล้านเครื่อง รวมตู้เย็นกว่า 20 ล้านเครื่องที่ผลิตโดยโรงงานโตชิบาในประเทศไทย เพื่อส่งออกต่างประเทศ 50% และซัพพลายสำหรับในประเทศอีก 50% นอกจากนี้โรงงานในประเทศไทย ยังผลิตไมโครเวฟอีกเกือบ 7 ล้านเครื่อง รวมถึงเครื่องครัวต่างๆ เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกเช่นกัน