Ad Top Header
×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 813

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 840

15 ปี “กาแฟดอยช้าง” ตอกย้ำจุดยืน “กาแฟดีระดับพรีเมี่ยม”

April 03, 2018 145

กาแฟดอยช้าง ฉลองครบรอบ 15 ปี กาแฟดอยช้าง จากธุรกิจเพื่อชุมชน สู่มาตรฐานกาแฟโลกปรับภาพลักษณ์แบรนด์ ต่อยอดธุรกิจเพื่อชุมชน รุกตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ พร้อมเปิดตัว ผลิตภัณฑ์กาแฟในรูปแบบต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การบริโภคกาแฟที่หลายยิ่งขึ้น

ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา กาแฟดอยช้าง ถือเป็นกาแฟสัญชาติไทยเจ้าแรกที่นำเอาอัตลักษณ์ความเป็นไทยและเมล็ดกาแฟคุณภาพระดับสูงไปปักหมุดและสร้างชื่อเสียงอยู่ในแผนที่กาแฟโลก เทียบเท่าแหล่งผลิตกาแฟระดับโลกอย่าง บราซิล และ โคลอมเบีย เพราะนอกจากรสชาติอันเข้มข้นและกลิ่นหอมแล้ว กาแฟดอยช้างยังเป็นกาแฟอราบิก้าชนิดพิเศษคุณภาพสูง (Specialty Coffee) ที่มาจากแหล่งผลิตเฉพาะ (Single Origin) บริเวณดอยช้าง จังหวัดเชียงราย แหล่งเดียวเท่านั้น ซึ่งผลผลิตเมล็ดกาแฟจากดอยช้างจะมีเอกลักษณ์ด้านกลิ่นหอมเป็นพิเศษ เจือรสชาติอมเปรี้ยว และมีคาเฟอีนต่ำ ทำให้กาแฟทุกแก้วของดอยช้างมีรสชาติกล่มกล่อม จนได้รับการยอมรับในเวทีโลกและมีมาตรฐานระดับสากล อาทิ USDA Organic, EU Organic Farming, EU Geographical Indication และ Specialty Coffee Association เป็นเครื่องการันตีคุณภาพคุณพิก่อ พิสัยเลิศ โลโก้แมน

ปณชัย พิสัยเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด กล่าวว่า “ด้วยแนวความคิด จากต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ เราพิถีพิถันและให้ความสำคัญในแต่ละกระบวนการผลิตและแปรรูป ตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์กาแฟชั้นเลิศ การเพาะปลูก การเก็บผลกาแฟสดจากต้นด้วยมือ จนมาสู่ขั้นนตอนการทำความสะอาดและกระเทาะเปลือกภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อรักษาคุณภาพและความสดเอาไว้ กาแฟกะลาเปียกที่ได้จากขั้นตอนกะเทาะเปลือกจะถูกนำมาหมักแห้งเป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมงและนำไปหมักเปียกต่ออีก 24 ชั่วโมง กระบวนการหมักจะช่วยในการขจัดเมือกเคลือบออกจากกาฟกะลา ในขั้นตอนสุดท้ายจะมีการแช่พักเมล็ดที่ผ่านการหมักในน้ำสะอาดอีก 20-24 ชั่วโมงเพื่อทำให้กาแฟมีกลิ่นรสสะอาดยิ่งขึ้น หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการตากกาแฟด้วยแสงอาทิตย์ให้ได้ความชื้นที่เหมาะสม กาแฟกะลาที่ได้จะถูกจัดเก็บและบ่มในอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมประมาณ 8 เดือน หลังจากการคัดเลือกเมล็ดกาแฟจากเครื่องคัดแยกคุณภาพสูงและยังมีการคัดซ้ำด้วยมือคนอีกรอบเพื่อให้ได้กาแฟสารคุณภาพสูงสุดที่พร้อมนำมาคั่วสำหรับการจัดจำหน่าย และด้วยความพิถีพิถันนี้ คอกาแฟจึงมั่นใจได้เลยว่า เมล็ดกาแฟที่ถูกนำมาบดคั่วให้กลายเป็นกาแฟในแก้วที่ดื่มนั้นคือเมล็ดกาแฟที่ถูกคัดเลือกมาแล้วอย่างดีที่สุด”

“ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา กาแฟดอยช้างมีช่องทางการขายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ เฉลี่ยเป็นอัตราส่วนในประเทศ 30% และต่างประเทศ 70% โดยกาแฟดอยช้างเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ปัจจุบันกาแฟดอยช้างสามารถผลิตกาแฟตอบสนองตลาดพรีเมียมได้ ไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อปี โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขาในประเทศมากกว่า 200 สาขา ทั้งในระบบแฟรนไชส์และร้านกาแฟพันธมิตร และอีกกว่า 50  สาขาในต่างประเทศ อาทิเช่น แคนาดา อังกฤษ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว กัมพูชา และ เมียนมา เป็นต้น โดยหากสามารถบรรลุแผนการดำเนินงานที่ตั้งเอาไว้ในอีก 5 ปีข้างหน้าได้ กาแฟดอยช้างจะสามารถเพิ่มงานและรายได้อีกมากมายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ”

ปณชัย พิสัยเลิศ และพิษณุชัย แก้วพิชัย

พิษณุชัย แก้วพิชัย ประธานที่ปรึกษาด้านธุรกิจ บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด เปิดเผยถึงกลยุทธ์ด้านการตลาดและแนวโน้มของธุรกิจของกาแฟดอยช้างว่า “ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา กาแฟดอยช้างยังคงยึดมั่นคำสัญญาในการนำส่งกาแฟอราบิก้าชนิดพิเศษคุณภาพสูง (Specialty Coffee) ออกสู่ผู้บริโภค ซึ่งหลักการทำกาแฟที่มีคุณภาพสูงและมีความพิถีพิถัน โดยองค์ประกอบของกาแฟดี ได้แก่ สายพันธุ์กาแฟ ดิน อากาศ เกษตรกร กระบวนการทั้งก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว และแบรนด์ดิ้ง การได้รับรางวัลด้านมาตรฐานระดับสากล ทำให้เรายิ่งมั่นใจว่ากาแฟดอยช้างเป็นกาแฟระดับพรีเมี่ยมที่เราอยากนำเสนอให้คอกาแฟคนไทยได้ลิ้มรส เราจึงได้ปรับมุมมองการบริหารธุรกิจกาแฟดอยช้างจากธุรกิจเพื่อชุมชนสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงกลุ่มคอกาแฟตัวจริง”