December 16, 2017

Topbar Login

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name *
Username *
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *
Captcha *
Reload Captcha

กสอ. ผนึก SMRJ จับมือร่วมส่งเสริม SMEs เป้าหมายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น

July 14, 2017 83

มิตรภาพและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-ญี่ปุ่น ที่มีมายาวนานถึง 130 ปี ในปี 2560 นี้ เป็นบทพิสูจน์และการสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีของสองประเทศ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจที่มีการเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันทั้งในด้านการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ตลอดจนการแบ่งปันทรัพยากรและองค์ความรู้ให้กันและกัน ก่อเกิดเป็นโครงการและบันทึกความร่วมมือมากหลายที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญ ที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้จัดการลงนามในบันทึกความร่วมมือกับ องค์การเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและนวัตกรรมภูมิภาคแห่งประเทศญี่ปุ่น (SMRJ) โดยมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายสำคัญที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือในด้านการแลกเปลี่ยนทรัพยากร และแบ่งปันองค์ความรู้ในการพัฒนา SMEs ของประเทศญี่ปุ่น ถ่ายทอดสู่ SMEs ไทย เพื่อร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจไปสู่ตลาดสากล

พิธีการลงนามในบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนของประเทศไทย โดยมี Mr. Hiroshi Takada (Chairman & CEO องค์การเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และนวัตกรรมภูมิภาคแห่งประเทศญี่ปุ่น SMRJ) พร้อมด้วย Mr.Toshihiko Watanabe (Executive Director, SMRJ ประเทศญี่ปุ่น) เป็นผู้แทนในฟากของประเทศญี่ปุ่น โดยผู้นำของสองประเทศได้ แถลงถึงสาระสำคัญของความร่วมมือกันในครั้งนี้โดยดร.อุตตม สาวนายน รมต. กระทรวงอุตสาหกรรม ได้แถลงว่า

“การลงนามในความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่สองหลังจากปี 2557 ที่มีการทำความร่วมมือกันไป โดยที่ครั้งนี้จะเป็นการขยายผลจากเดิม โดยได้มีการหารือกับประธาน ของ SMJR ในโอกาสนี้ และตกลงกันว่าจะขยายความร่วมมือไปในด้านที่สำคัญๆ เช่น เราต้องการสร้างการพัฒนาเครือข่ายที่จะไปส่งเสริม SMEs ในระดับฐานรากของประเทศ ในสาขาต่างๆ เช่น ภาคการเกษตร ตลอดจนด้านการอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ นอกจากนั้นยังเป็นในเรื่องของการสนับสนุนให้ SMEs ไทยได้ แลกเปลี่ยนความรู้ และพัฒนาทักษะทางการค้าได้มากขึ้นโดยผ่าน ช่องทาง online ที่ประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาขึ้นมาที่ เรียกว่า J-Goodtech เพื่อให้ SMEs ไทยได้มีโอกาสเข้าถึงตลาดและข้อมูลที่เป็นสากลได้มากขึ้น ซึ่งประเทศไทยเราเองก็อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนา platform แต่ภายใต้ความร่วมมือกับ SMJR จะเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้ SMEs เรียนรู้ว่าจะทำอย่างไร และสามารถเริ่มสร้างเครือข่ายกับ SMEs นอกประเทศได้ทันที”

รมต. กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า SMJR เป็นองค์กรสนับสนุน SME ของประเทศญี่ปุ่นที่เข้มแข็งและมีศักยภาพ ซึ่งจะเป็นพันธมิตรที่ดี กับหน่วยงานส่งเสริม SMEs ของไทยไม่ว่าจะเป็น กระทรวงอุตสาหกรรม หรือ หน่วยงานส่งเสริม SMEs อื่นๆ เช่น สสว. หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะในปัจจุบัน SMEs ไทยที่มีความพร้อมและต้องการหาคู่ค้าคู่พันธมิตรที่จะพัฒนาไปสู่ความร่วมมือและการร่วมทุนมีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางหน่วยงานภาครัฐเอง ก็ได้จัดสรรกองทุนเพื่อที่จะให้การสนับสนุนอยู่ และคาดหวังว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถพัฒนาไปสู่ภาคปฏิบัติได้โดยเร็ววัน

ต่อมา ฮิโรชิ ทาคาดะ (Mr. Hiroshi Takada / Chairman & CEO องค์การเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและนวัตกรรมภูมิภาคแห่งประเทศญี่ปุ่น) SMJR ได้ร่วมแถลงวัตถุประสงค์และความร่วมมือในข้อตกลงครั้งนี้ว่า

“ในฐานะตัวแทนของ SMJR ขอใช้โอกาสนี้แสดงความเสียใจต่อพสกนิกรชาวไทย ต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จ-พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ขออวยพรให้พสกนิกรชาวไทยทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาของความสูญเสียและโศกเศร้า รวมทั้งขอให้ผ่านพ้น วิกฤตการณ์และปัญหาทางสังคม โดยหวังว่าทุกๆ ท่านจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยใช้หลักคำสอนของพระองค์ท่าน และรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่กระทรวงอุตสาหกรรม และท่านรัฐมนตรี ดร.อุตตม สาวนายน ที่ให้ความสำคัญกับ SMJR และนำมาซึ่งการทำบันทึกข้อตกลงระหว่างกันเป็นครั้งที่ 2 ในโอกาสนี้ ซึ่งในครั้งก่อนหน้า เป็นการลงนามในเดือน กันยายน ปี 2014 โดยที่ข้อตกลงในครั้งนี้ ระหว่าง กสอ. และ SMJR จะให้ความสำคัญในเรื่องการแลกเปลี่ยนทรัพยากรและบุคลากรร่วมกัน เพื่อร่วมมือกันไปสู่การพัฒนาศักยภาพของทั้ง 2 ฝ่าย เชื่อแน่ว่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะเดินเข้าสู่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของทั้ง 2 ประเทศ”

ฮิโรชิ ทาคาดะ ได้กล่าวแถลงว่า ประเทศไทยและญี่ปุ่น ถือว่าเป็นเพื่อนเก่ากันมาช้านาน โดยเฉพาะการทำงานของ SMJR ในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งสำคัญที่จะเป็น partner ร่วมกันกับไทย เพราะการรวมตัวและเกิดขึ้นของ AEC ในภูมิภาคได้ก่อเกิดโอกาสจากการรวมตัวของประชากรถึง 600 ล้านคน และเป็นตลาดที่มูลค่าถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเป็นโอกาสเป็นอย่างมากต่อภาคอุตสาหกรรม การตลาด ตลอดจนภาคบริการ ซึ่งประเทศไทยเองก็ถือเป็นประเทศผู้นำในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ ในประเทศญี่ปุ่นได้สร้างแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า J-Goodtech เป็นช่องทางออนไลน์ ในการเป็นศูนย์กลางเพื่อการเชื่อมโยงเครือข่ายของ SMEs ในประเทศญี่ปุ่นและ SMEs ในต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อค้นหาพันธมิตรอันจะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือทางการค้า ซึ่ง ณ ปัจจุบัน website J-Goodtech มี SMEs ญี่ปุ่น ที่มีความรู้ความสามารถขึ้นทะเบียนบริษัทไว้แล้วประมาณ 4,000 บริษัท นอกจากนั้นยังมี SMEs ในต่างประเทศอีกประมาณ 2,500 บริษัท โดยที่ในจำนวนนี้มี SMEs ของไทยขึ้นทะเบียนไว้ประมาณครึ่งหนึ่งหรือ 1,000 บริษัทโดยประมาณ ซึ่ง J-Goodtech เป็นอีกช่องทางที่ SMJR เชื่อว่าจะสามารถผลักดันและสนับสนุน SMEs ทั้งในประเทศไทยและในประเทศญี่ปุ่นให้ก้าวเข้าสู่ตลาดการค้าสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย ประธาน SMJR เชื่อว่าน่าจะมี SMEs อีกเป็นจำนวนมากที่อยากจะก้าวเข้ามาเพื่อแสวงหาโอกาสของความร่วมมือระหว่างกัน และในโอกาสของความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่มีคุณค่า และเชื่อว่าจะมีความสัมพันธ์และการร่วมสร้างประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นไปต่อสองประเทศ