January 22, 2018

Doctor of Philosophy CMU

ความรู้คู่คุณธรรม 

ความเป็นมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาคและความเข้าใจบริบทสังคมและวัฒนธรรมของประชากรในพื้นที่เป็นอย่างดี ย่อมทำให้เกิดความได้เปรียบในการสร้างสรรค์และคิดค้นหลักสูตรที่รองรับขึ้นมาเพื่อ
ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานภาคเหนือ ธุรกิจที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความต้องการของประชากรที่เป็นคนรุ่นใหม่ การต่อยอดจากนวัตกรรมเดิม สร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นได้เรื่อย ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่อาศัยความคิดสร้างสรรค์และองค์ความรู้พื้นฐานในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อให้ได้ปริญญาเท่านั้น หากแต่เมื่อได้มาสัมผัส ย่อมซึมซับแนวคิดความเป็นตัวตน วัฒนธรรม และองค์ความรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่มาบรรจบอยู่ในที่แห่งเดียว เพื่อให้ผู้เรียนก้าวไปสู่ความเป็นนักวิชาการ ครูมืออาชีพ และเป็นนักธุรกิจที่มีจริยธรรมในการประกอบการ

หลักสูตร Ph.D. (Doctor of Philosophy in Business Administration) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหลักสูตรระดับปริญญาเอกที่เปิดขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มนักวิจัยและอาจารย์ที่ต้องการแสวงหาองค์ความรู้เพิ่มเติม รศ. ดร. จิราวรรณ ฉายสุวรรณ ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตร กล่าวถึงหลักสูตรดังกล่าวว่า “หลักสูตรนี้มุ่งสร้างครูและนักวิจัยในสาขาบริหารธุรกิจที่มีคุณภาพในระดับสากล ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะต้องมีความสามารถที่จะสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองต่อไปได้ กระบวนการเรียนการสอนจึงยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยเริ่มจากความสนใจของผู้เรียนตั้งแต่ก้าวเข้ามาศึกษา หากผู้เรียนสนใจความเปลี่ยนแปลงในด้านการบริหารธุรกิจด้านใด ไม่ว่าจะเป็น การจัดการ การตลาด การเงิน หรือการบัญชีที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับการบริหารจัดการสมัยใหม่ ทางหลักสูตรก็จะจัดอาจารย์ที่ปรึกษาที่สนใจและเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ให้ เพื่อชี้แนะแนวทางและวิธีการที่เหมาะสมและทันสมัยในการค้นคว้าหาคำตอบที่จะอธิบายปัญหาในสถานการณ์ปัจจุบันและคาดคะเนอนาคตได้ ที่นี่จะสอนให้ผู้เรียนเริ่มคิดเป็น Research Oriented ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน เพื่อผู้เรียนจะได้จบการศึกษาได้เร็วขึ้น เพราะจะต้องพยายามคิดถึงหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์ให้ได้เร็วที่สุด โดยมีคณาจารย์ช่วยดูแลในการค้นหาสิ่งที่ยังเป็นช่องว่างของงานวิจัยในการสร้างประเด็นคำถามที่ยังไม่มีผู้อื่นศึกษา และหลักสูตรก็จะกำหนดให้ได้เรียนทฤษฎีขั้นสูงในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องในหลายมิติเพื่อให้ได้เห็นตัวแปรใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผลงานวิจัย” 

อย่างไรก็ตาม กระบวนการเรียนการสอนของหลักสูตรไม่เฉพาะแค่ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าวิจัยเท่านั้น หากแต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาปรากฏการณ์ทางสังคม และใช้เวทีวิชาการสัมมนาระดับนานาชาติเปิดโลกทัศน์ในการเผยแพร่ผลงานวิชาการระดับนานาชาติ สะท้อนให้เห็นการนำความรู้ที่ได้รับการศึกษามาอย่างดีแล้ว มาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์กับประชาคมนานาชาติอีกด้วย
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนที่ผ่านการบ่มเพาะตลอดระยะเวลา 3- 5 ปีในระดับปริญญาเอก ย่อมเป็นผู้เรียนที่ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการได้ปริญญาเอกเท่านั้น แต่เรียกได้ว่าเป็นผู้เรียนที่ครบเครื่องทางวิชาการ มีความเข้าใจอย่างแตกฉาน สามารถแสวงหาความรู้ด้วยตัวเองต่อไป และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ชี้นำแก่สังคมได้

การปรับหลักสูตรของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นอกจากมีการปรับปรุงเพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของปรากฏการณ์สังคมและการแสวงหาความรู้ของผู้เรียนเพื่อให้ตอบโจทย์วิชาการและการทำธุรกิจในโลกสมัยใหม่แล้ว ยังได้เพิ่มวิชาสัมมนาการพัฒนาสมรรถนะความเป็นนักวิชาการเพื่อให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารแสดงความเห็นได้ชัดเจน รู้จักการรับฟังความเห็นของผู้อื่น วิเคราะห์ วิพากษ์ได้คมชัดแล้ว ยังต้องมีจิตสำนึกต่อจรรยาบรรณแห่งการวิจัยและวิชาชีพของตน การนำความรู้ทางวิชาการไปใช้โดยยึดหลักการความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นสิ่งที่ควบคู่กับการเรียนการสอนเพื่อไม่ให้ผู้เรียนจบออกไปแล้วเป็นนักธุรกิจที่มุ่งแต่แสวงผลกำไรอย่างเดียว หรือเป็นนักวิชาการที่ไม่คำนึงถึงศีลธรรม

“นอกจากการปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจริยธรรมคุณธรรมแล้ว ในหัวข้อวิทยานิพนธ์ก็จะพยายามให้งานวิจัยมีมิติของ Social Responsibility ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตลาด การเงิน การบัญชี การจัดการ โดยพยายามให้ค้นหาตัวแปรที่จะนำไปสู่การสร้างประโยชน์ต่อสังคม ถ้าคนมีความรับผิดชอบต่อสังคม พฤติกรรมก็จะเปลี่ยนไป คือเราก็ไม่อยากได้นักการตลาด หรือนักการเงินที่เก่งกาจแต่ใช้ความรู้เพียงเพื่อออกไปแสวงหาแต่กำไรหรือผลประโยชน์อย่างเดียว” 

ท้ายสุดนั้น คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สอนอะไรผู้เรียนได้มากกว่าตำราความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิถีทางวิชาการ หากแต่ต้องทำธุรกิจอย่างมีคุณธรรม “ถ้าคิดว่าองค์ความรู้ที่เราให้ มีความแตกต่างจากที่อื่น และทำให้เป็นนักวิชาการที่ดี มีความสามารถในการทำวิจัยและตระหนักถึงปัญหาสังคม ก็คิดว่าเมื่อสำเร็จออกไปก็จะได้สร้างคนต่อไปที่มีลักษณะแบบเดียวกันมาเรียนที่นี่กับเราก็จะเป็นต้นแบบ Role Model ที่ดีส่งผ่านสู่รุ่นต่อรุ่น” 

 

เรื่องและภาพ : กองบรรณาธิการ

Last modified on Friday, 15 December 2017 09:22