November 18, 2017

SHIFT TO THE FUTURE A GREAT POINT OF VIEW FROM ENGINEERING, CHULA

เทคโนโลยีที่สั่งสม และบ่มเพาะจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลายสิบปี จวบถึงทศวรรษ 2010 นี้ ที่เริ่มเผยผลสำเร็จของความก้าวหน้า ภายใต้การเล็งเห็นของเหล่าผู้นำในสังคมโลก ล้วนตระหนักรู้และคาดการณ์ได้ว่า พัฒนาการอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี จะมีผลต่อความเปลี่ยนไปในหลายปัจจัยในอนาคต อย่างชนิดที่เรียกได้ว่า “พลิกหน้า พลิกหลัง“ และกระแสการพลิกจากเบื้องลึก (Deep Shift) จนเกิดการ Change ใหญ่ในหลายระลอกที่กระทบต่อหลายธุรกิจ หลายอุตสาหกรรม หลายอาชีพ และหลายนิเวศทางเศรษฐกิจ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง เพราะการพัฒนายังคงดำรงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องทุกเวลา ทุกนาที 

 

โจทย์คำถามของวันนี้คือ การตั้งรับกับความเปลี่ยนแปลงของอนาคตภายหน้าอย่างยืนหยัดและยั่งยืน ควรเป็นเช่นไร รศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีด้านยุทธศาสตร์นวัตกรรม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีคำตอบเรื่องแนวคิดและบทบาทของคณะฯ ต่อการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ในฐานะหนึ่งในสถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ยืนหยัดคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน

 

“คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ก่อตั้งมาเป็นปีที่ 104 เรามีคติพจน์ประจำใจคือ “Foundation towards Innovation” นั่นก็คือ เรามุ่งมั่นในรากฐานของการสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมที่ยั่งยืน ที่ผ่านมาไม่ว่าเรื่องการเรียนการสอน งานวิจัยพัฒนา หรือการพัฒนานิสิต จะต้องตอบสนองและรองรับกับเป้าหมายของ Motto โดยที่คณะฯ มียุทธศาสตร์หลักอยู่ 3 เรื่อง คือ 1 เรื่อง Change เพราะโลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก ต้องปรับตัวและรับมือให้ทัน เรื่องที่ 2 คือ Disruption หรือการเปลี่ยนแปลงที่กระทบให้เกิดการพลิกผัน กรณีตัวอย่างที่เด่นชัด คือ รถยนต์ที่มีพัฒนาการมาในหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่รถม้า มาเป็นเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิง กระทั่งในอนาคตก็จะกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และเรื่องที่ 3 คือ Neo-Engineer หรือวิศวกรยุคใหม่” 

 

รศ.ดร.พิสุทธิ์ กล่าวเสริมและเพิ่มเติมว่า “ถ้าเราอยากได้สิ่งใหม่ๆ บนโลกใบนี้ ต้องเริ่มต้นจาก “คน” ที่ต้องเริ่มเพาะเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ของการคิดใหม่ ทำใหม่ เรามีเป้าหมายที่ต้องการทำให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นบ้านของวิศวกรยุคใหม่ (Home of Neo-Engineer) ที่มีทัศนคติหรือความเชื่อที่ส่งผลต่อพฤติกรรม (Mindset) ที่กล้าและพร้อมจะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า” 

 

  

Spring up to the future

รศ.ดร. พิสุทธิ์ ให้ความเห็นว่า “ปัจจุบันนี้เราอยู่ในสังคมที่พร้อมจะลงก็ได้ หรือจะขึ้นก็ได้ กล่าวได้ว่า เรามีสปริงบอร์ดที่สำคัญของสังคมเราอยู่ ณ ตอนนี้ อยู่ที่ว่า ถ้าเราไม่กล้าที่จะเดินไปอยู่ปลายสปริงบอร์ด แล้วใช้แรงกระแทกตรงปลายนั้นเพื่อส่งตัวเองขึ้นไปสู่อีกจุดหมายที่รอรับ เราก็ไม่ไปไหนสักทีแต่ถ้าเรากล้าพอที่จะก้าวไปยืน ณ จุดตรงนั้นและกล้าพอที่จะกระโดดให้สูงขึ้นไป ใช้แรงส่งไปสู่ขั้นต่อไปที่สูงขึ้น ซึ่งเราก็เห็นชัดๆ อยู่แล้วว่ามีขั้นต่อไปรอเราอยู่แน่ๆ เหมือนตัวอย่างของประเทศพัฒนาที่ชัดเจนมาก เช่น ประเทศจีน ทำเรื่อง STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics) เปิดเมืองใหม่ เป็นต้น ดังนั้นถ้าคนของเรายังกล้าที่จะเดินไปยังปลายของสปริงบอร์ด เราก็จะยังย่ำอยู่กับที่ อยู่ตรงนี้ไปอีกนานมาก และถ้ามีเพื่อนบ้านเราไปใช้สปริงบอร์ดนั้นก่อน เขาก็จะก้าวกระโดดแซงเราไปอยู่อีกระดับหนึ่ง”

 

 

Technology connected

ต่อแนวคิดเรื่องการสร้างคน รศ.ดร.พิสุทธิ์ เผยว่า “โดยความเห็นแล้วคิดว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบสำคัญ เป็นศาสตร์พื้นฐานในการสร้างตรรกะ หลักการ และเหตุผล ให้กับคนรุ่นใหม่ในสังคม ถ้าเขาไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เราก็มีพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ต้องเข้าใจว่าตัวรับในขั้นต่อไป เขาเป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเหมือนแม่เหล็กที่จะต้องดึงดูดกัน ถ้าเราไม่สร้างคนหรือความพร้อมด้านนี้เลย เท่ากับว่าเราหันขั้วผิด เราก็จะก้าวไปสู่ขั้นต่อไปไม่ได้”

 

“นอกจากนี้สังคมโลกปัจจุบันมันไปไกลเกินกว่าคำว่าโลกาภิวัตน์ (Globalization) แล้ว เพราะมันแค่คลิกเดียวเท่านั้นเอง ถ้าจะหาสิ่งใดมาเชื่อมต่อ หรือพูดจาภาษาเดียวกันทั้งโลกอย่างถูกต้อง มีหลักการ และเหตุผล โดยปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ สิ่งนั้นก็คือ ภาษาของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ ภาษา STEM ที่จะเป็นหนึ่งในภาษาสากลของโลกในการสื่อสาร ทำธุรกิจ ธุรกรรมอะไรหลายๆ อย่าง ถ้าเราไม่สามารถพูดจาภาษาเดียวกันกับนานาอารยประเทศได้ แน่นอนว่าเราจะเสียโอกาสหลายๆ อย่างไป”

 

“ยิ่งถ้าเป็นบริษัทหรือผู้ประกอบการที่ยังดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดและธรรมเนียมปฏิบัติแบบเดิมๆ ก็จะลำบาก เพราะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง แต่คำว่าเปลี่ยนแปลงในที่นี้คือ การเปิดใจว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมันอยู่ในทุกอณูของสังคม ถ้าเราจะต้องทำอะไรที่จะเปลี่ยนแปลง คือใส่เข้าไปใน Mindset ก็จะทำให้พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ไม่ตกหลุมที่เรียกว่า Disrupt

 

  

พลาดไม่ได้ เทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต

รศ.ดร.พิสุทธิ์ บอกว่า การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยสามารถแจกแจงได้ดังนี้ 

1. เศรษฐกิจ ในปัจจุบัน คณะฯ วิศวฯ จุฬา ฯ มีโฟกัส อยู่ 3 เรื่องใหญ่คือ เรื่องหุ่นยนต์, Big data และ Bio medical engineering หรือ วิศวกรรมชีวการแพทย์ โดยที่ผ่านมาได้มีการนำ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและทำความเข้าใจกับผู้บริโภคในแง่มุมต่างๆ ในส่วนของ Bio medical Engineering ที่นำเอาความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การแพทย์มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เพื่อออกแบบหรือสร้างซอฟต์แวร์ อุปกรณ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์สมัยใหม่เป็นผลสำเร็จไปหลายโครงการ เช่น การสร้างอวัยวะเทียม, การสร้างอุปกรณ์ตรวจวัดทางชีววิทยา, หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เป็นต้น 

ภาพลักษณ์ของสังคมไทยในปัจจุบัน เราได้รับการมองและยอมรับในบทบาทของการจะเป็น Medical Hub อย่างชัดเจน เพราะเรามีทรัพยากรและวัตถุดิบ เพื่อสุขภาพเป็นทุนเดิมอยู่มาก สิ่งที่เหลือและรอคือการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในวงการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจต่อไปได้ 

2. สังคม จากกระแส “เมืองอัจฉริยะ” (Smart City) จุฬา ฯ เป็นหนึ่งใน 7 เมืองอัจฉริยะต้นแบบของประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องของ IoT (Internet of Things) และ Sensor เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้ร่วมมือกับ บมจ. กสท โทรคมนาคม (CAT Telecom) สร้างอุปกรณ์วัดค่าคาร์บอนไดออกไซด์-การเคลื่อนไหว-เสียง เป็นต้น ส่วนเรื่อง Robotics หรือหุ่นยนต์ ปัจจุบันศิษย์เก่าของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กำลังพัฒนาโดรนและหุ่นยนต์ต้อนรับภายในบ้านร่วมกับบริษัทเอกชน

3. สิ่งแวดล้อม โลกทุกวันนี้มีความกังวล และห่วงใยความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญเป็นอันดับต้นๆ บนการคำนึงถึงคนรุ่นถัดไป สภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่เหมาะสมต่อคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นสิ่งจำเป็น ทางคณะฯ จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงวิศวกรรมศาสตร์มาใช้ในหลายๆ ด้าน เช่น ระบบบำบัดของเสีย และการนำของเสียมาพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

เรื่อง : กองบรรณาธิการ
ภาพ : ฐิติวุฒิ บางขาม

 

Last modified on Wednesday, 25 October 2017 07:23