November 18, 2017

23 Technology Deep Shift : 8 อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง และเพื่อสรรพสิ่ง The Internet of and for Things

November 13, 2017 17

จุดพลิกผัน: มีจำนวนเซนเซอร์ถูกเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตครบ 1 ล้านล้านตัว

ภายในปี 2025: 89 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสำรวจคาดว่าจุดพลิกผันดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายในปีนั้น

  

เมื่อความสามารถของการประมวลผลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ลดลง (สอดคล้องกับ Moore’ s Law หรือกฎของมัวร์ กฎที่อธิบายแนวโน้มของการพัฒนาฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์ในระยะยาว กล่าวคือจํานวนทรานซิสเตอร์ที่สามารถบรรจุลงในชิปจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ในทุกๆ สองปี Gordon E. Moore ผู้ก่อตั้ง Intel ได้อธิบายแนวโน้มไว้ในรายงานของเขาในปี 1965 กฎนี้ได้ถูกพิสูจน์อย่างต่อเนื่องมาแล้วกว่าครึ่งศตวรรษ และคาดว่าจะใช้ได้จนถึงปี 2015 หรือ 2020 หรืออาจมากกว่านั้น) และมีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจที่จะเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ กับอินเทอร์เน็ตได้จริง เซนเซอร์อัจฉริยะ (Intelligent Sensors) เป็นสิ่งที่สามารถซื้อหาได้ในราคาที่ถูกมากๆ สรรพสิ่งจะกลายเป็นสิ่งอัจฉริยะ (Smart) และถูกเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถสื่อสารได้มากขึ้นและเกิดบริการใหม่ๆ ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลบนฐานของขีดความสามารถทางการวิเคราะห์ที่เพิ่มขึ้น

 

มีการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้อยู่ชิ้นหนึ่ง ที่มุ่งศึกษาว่า จะสามารถใช้เซนเซอร์เพื่อมอนิเตอร์ (ติดตามดู) สุขภาพและพฤติกรรมของสัตว์อย่างไร ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าเซนเซอร์แต่ละตัวที่ถูกเชื่อมต่อเข้ากับโคกระบือ มีความสามารถสื่อสารถึงกันผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างไร และสามารถให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสภาพของโคกระบือจากที่ใดก็ได้

 

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ในอนาคตผลิตภัณฑ์ (ที่จับต้องได้) ทุกอย่างจะสามารถเชื่อมต่อกับอินฟราสตรักเจอร์ทางด้านสื่อสารแบบยูบิควิตัส (มีอยู่ทุกหนแห่งหรือพบเห็นได้ทุกที่) ส่วนเซนเซอร์จะทำให้ผู้คนรับรู้เกี่ยวกับข้อมูลสภาพแวดล้อมของตัวได้อย่างเต็มที่

 

ผลกระทบเชิงบวก

- เพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากร

- สร้างผลิตภาพเพิ่มขึ้น

- คุณภาพชีวิตดีขึ้น

- ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม

- ต้นทุนของการให้บริการลดลง

- การใช้ประโยชน์และสภาพของทรัพยากรมีความโปร่งใสมากขึ้น

- ความปลอดภัย (เช่น เครื่องบิน อาหาร) 

- ประสิทธิภาพ (ด้านโลจิสติกส์) 

- มีความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลและแบนด์วิธ (ความกว้างแถบความถี่) มากขึ้น

- เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดและทักษะด้านแรงงาน

- การสร้างธุรกิจใหม่

- แอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ที่แสนยุ่งยาก ก็ยังสามารถทำได้ในเครือข่ายการสื่อสารแบบมาตรฐาน

- การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ “สามารถเชื่อมต่อกันทางดิจิทัล” 

- เพิ่มบริการแบบดิจิทัลแก่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ 

ดิจิทัลทวิน (Digital Twin หรือการบันทึกข้อมูลของสิ่งของในโลกจริงในรูปแบบ Digital ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก Sensor เพื่อวัดสถานะปัจจุบัน, ความเปลี่ยนแปลง และอื่นๆ ในรูปแบบของ Metadata, Condition/ State, Event และ Analytics) จะมีส่วนร่วมในกระบวนการธุรกิจ สารสนเทศ และสังคมอย่างจริงจัง

- สรรพสิ่งจะสามารถรับรู้สภาพแวดล้อมได้อย่างครอบคลุม สามารถตอบโต้และกระทำการได้เองโดยอัตโนมัติ

- การสร้างความรู้และมูลค่าเพิ่มบนฐานของสิ่งของ “อัจฉริยะ” ที่เชื่อมต่อกัน

 

ผลกระทบเชิงลบ

- ความเป็นส่วนตัว

- การสูญเสียงานของแรงงานไร้ฝีมือ

- การแฮกข้อมูล ภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของข้อมูล (เช่น utility grid หรือระบบคอมพิวเตอร์กลาง) 

- มีความซับซ้อนมากขึ้นและสูญเสียการควบคุม

 

ไม่ชัดเจนหรือเป็นไปได้ทั้งสองทาง

- การเปลี่ยนแปลงวิธีทำธุรกิจ (Business Model) : การเช่า/ การใช้ทรัพย์สิน ไม่ใช่การเป็นเจ้าของ (“Appliances as a service” เป็นโมเดลธุรกิจซึ่งไม่ได้เน้นการทำธุรกรรมซื้อขาย แต่เน้นเรื่องการให้บริการผ่านซอฟต์แวร์ การอัพเกรดคุณสมบัติ การดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ในระยะยาว เช่น การเช่าพรินเตอร์แทนการซื้อขาด
เป็นต้น) 

- โมเดลการทำธุรกิจได้รับผลกระทบจากมูลค่าของข้อมูล

- ทุกบริษัทมีศักยภาพที่จะเป็นบริษัทซอฟต์แวร์

- ธุรกิจใหม่ คือการขายข้อมูล

- กรอบในการคิดเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวเปลี่ยนไป

- โครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศแบบกระจายตัวและมีขนาดใหญ่

- ระบบการทำงานโดยอัตโนมัติของงานที่ใช้ความรู้ (เช่น การวิเคราะห์ การประเมินผล การวินิจฉัย) 

- ผลลัพธ์ที่เกิดจาก “Digital Pearl Harbor” การโจมตีบนโลกไซเบอร์ (เช่น พวกดิจิทัลแฮกเกอร์ หรือการก่อการร้ายที่ทำให้สาธารณูปโภคหยุดชะงัก ทำให้ไม่มีอาหาร เชื้อเพลิง และพลังงานนานนับสัปดาห์) 

- อัตราการใช้ประโยชน์สูงขึ้น (เช่น รถยนต์ เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ สาธารณูปโภค) เพราะมีการนำมาแชร์กันใช้ในขณะที่สิ่งเหล่านั้นว่างเว้นจากการใช้งานในเวลาปกติ

 

การเปลี่ยนแปลงในพฤติการณ์

รถยนต์ Ford GT มีซอฟต์แวร์ชุดคำสั่ง (หรือรหัสคอมพิวเตอร์) ความยาวถึง 10 ล้านบรรทัด บรรจุอยู่ในตัวรถด้วย

 

ที่มา: HYPERLINK “http://rewrite.ca.com/us/articles/security/iot-is-bringing-lots-of-code-to-your-car-hackers-too.html?%20intcmp=searchresultclick&resultmum=2” http://rewrite.ca.com/us/articles/security/iot-is-bringing-lots-of-code-to-your-car-hackers-too.html? intcmp=searchresultclick&resultmum=2) 

โมเดลใหม่ของรถยนต์ VW Golf ยอดนิยม
มีหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์ถึง 54 หน่วย และมีจุดข้อมูลที่ถูกประมวลผลในรถยนต์มากถึง 700 จุด ทำให้เกิดเป็นข้อมูลที่กินพื้นที่จัดเก็บถึง 6 GB ต่อรถยนต์หนึ่งคัน

ที่มา: “IT-Enabled Products and Services and IoT” Roundtable on Digital Strategies Overview, Center for Digital Strategies at the Tuck School of Business at Dartmouth, 2014

คาดกันว่าจะมีอุปกรณ์ที่ถูกเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตกว่า 50,000 ล้านชิ้น ภายในปี 2020  ในขณะที่ทางช้างเผือก ซึ่งเป็นกาแล็กซี่ที่โลกเป็นสมาชิกอยู่ ยังมีดวงอาทิตย์อยู่แค่ 200,000 ล้านดวงเท่านั้น

Eaton Corporation ใส่เซนเซอร์ไว้ในสายยางแรงดันสูงซึ่งสามารถรับรู้ได้ว่าสายยางกำลังจะหลุด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเป็นอันตราย และช่วยประหยัดต้นทุนที่ค่อนข้างสูงของเครื่องจักรที่มีสายยางเป็นส่วนประกอบสำคัญในช่วงเวลาที่เครื่องไม่ทำงาน

ที่มา: “The Internet of Things: The Opportunities and Challenges of Interconnectedness,” Roundtable on Digital Strategies Overview, Center for Digital Strategies at the Tuck School of Business at Dartmouth, 2014

ปีที่แล้ว BMW เผยว่ามีรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก ซึ่งเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
ทางใดทางหนึ่ง อยู่ประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์หรือ 84 ล้านคัน และคาดว่าตัวเลขดังกล่าว
จะเพิ่มขึ้น 22 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ 290 ล้านคันภายในปี 2020

ที่มา:  HYPERLINK “http://www.politico.en/article/google-vs-german-car-engineer-industry-american-competition/” http://www.politico.en/article/google-vs-german-car-engineer-industry-american-competition/

บริษัทประกันภัยอย่าง Aetna กำลังพิจารณาว่าเซนเซอร์ในพรมจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง กรณีที่คุณเกิดเส้นโลหิตในสมองแตกเฉียบพลัน โดยเซนเซอร์ดังกล่าวจะตรวจหาว่ามีการเปลี่ยนแปลงท่าเดินเป็นแบบเปะปะไหม เพื่อแจ้งให้นักกายภาพ
บำบัดเดินทางไปเยี่ยมดูอาการได้ทันท่วงที

ที่มา: “The Internet of Things: The Opportunities and Challenges of Interconnectedness,” Roundtable on Digital Strategies Overview, Center for Digital Strategies at the Tuck School of Business at Dartmouth, 2014

 

เรื่อง : วิริญบิดร วัฒนา