December 19, 2018

เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต สร้าง Data Lake พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI – Artificial Intelligence) มาวิเคราะห์และออกแบบการบริการเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าผ่านช่องทางดิจิตอล ให้ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า โดยหวังจะเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิตตามวิสัยทัศน์ของบริษัท

ดร.ยูหุย  เหยา หัวหน้าหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก กลุ่มเอฟดับบลิวดี กล่าวว่า เอฟดับบลิวดีพัฒนาเทคโนโลยีโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อที่จะส่งมอบประสบการณ์ด้านดิจิตอลที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้าของเรา  ดังนั้นการเข้าใจลูกค้าจึงเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการดังกล่าว เอฟดับบลิวดีจึงได้ร่วมกันจัดทำ Data Lake สำหรับรวบรวมข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เช่น ข้อมูลจากการเรียกร้องสินไหมทดแทน  ศูนย์บริการลูกค้า สื่อออนไลน์ เป็นต้น และนำมาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า  ซึ่งการมองเห็นแบบ 360 องศา (360 Degree Customer Single View) แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI - Artificial Intelligence) จะช่วยให้เราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลได้มากยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชั่น FWD MAX ที่เป็นแพลตฟอร์มที่ให้คนทั่วไปและลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรมและแลกของรางวัลกับเอฟดับบลิวดี ซึ่งทำให้เราทราบถึงข้อมูลเชิงลึก เช่น ไลฟ์สไตล์และความสนใจ  เพื่อนำมาสร้างความสัมพันธ์และการบริการที่ดีให้แก่พวกเขา   

นางสาวพิมพาภรณ์ อาภาศิริผล ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอล บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทได้จัดตั้งสายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอลขึ้น เพื่อตอบรับวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนมุมมองของลูกค้าที่มีต่อการประกันชีวิต โดยลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ด้านดิจิตอลผ่านทางไลน์ ออฟฟิสเชียลของเอฟดับบลิวดี (LINE: FWD Thailand) ซึ่งปัจจุบันเรามีสมาชิกประมาณ 11 ล้านคน  โดยพวกเขาสามารถเช็คข้อมูลกรมธรรม์  รายละเอียดผลิตภัณฑ์  รวมถึงการพูดคุยกับบริษัทผ่านทางเอฟดับบลิวดีไลน์ แอปพลิเคชั่น ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

นางสาวพิมพาภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทและธนาคารทีเอ็มบี ได้เริ่มขายแบบประกันออนไลน์ ชื่อ แบบประกัน มอร์เซฟวิ่ง 10/5   ซึ่งเราเป็นบริษัทประกันชีวิตรายแรกของไทยที่ขายกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านช่องทาง Mobile Banking Application  โดยลูกค้าของ ME by TMB  สามารถซื้อประกันชีวิตนี้ได้ง่าย ตลอดเวลา

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนในการเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของ FWD MAX เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ เพิ่มจำนวนสมาชิก และมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้แก่คนทั่วไป ไม่เฉพาะลูกค้าเอฟดับบลิวดีเท่านั้น

“ใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทจะมีโครงการใหม่ๆ  เหมือนอย่างเช่น โครงการ Data  Lake และเทคโนโลยีที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI - Artificial Intelligence)  เป็นส่วนประกอบเข้ามาใช้ เพื่อที่จะตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าให้ดีมากขึ้น  เราเชื่อว่าหากเราให้การบริการที่สะดวกสบายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิตอล สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนมุมมองที่ผู้คนมีต่อการประกันชีวิตได้อย่างแน่นอน” นางสาวพิมพาภรณ์กล่าว

เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต สร้าง Data Lake พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI – Artificial Intelligence) มาวิเคราะห์และออกแบบการบริการเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าผ่านช่องทางดิจิตอล ให้ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า โดยหวังจะเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิตตามวิสัยทัศน์ของบริษัท

ดร.ยูหุย  เหยา หัวหน้าหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก กลุ่มเอฟดับบลิวดี กล่าวว่า เอฟดับบลิวดีพัฒนาเทคโนโลยีโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อที่จะส่งมอบประสบการณ์ด้านดิจิตอลที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้าของเรา  ดังนั้นการเข้าใจลูกค้าจึงเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการดังกล่าว เอฟดับบลิวดีจึงได้ร่วมกันจัดทำ Data Lake สำหรับรวบรวมข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เช่น ข้อมูลจากการเรียกร้องสินไหมทดแทน  ศูนย์บริการลูกค้า สื่อออนไลน์ เป็นต้น และนำมาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า  ซึ่งการมองเห็นแบบ 360 องศา (360 Degree Customer Single View) แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI - Artificial Intelligence) จะช่วยให้เราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลได้มากยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชั่น FWD MAX ที่เป็นแพลตฟอร์มที่ให้คนทั่วไปและลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรมและแลกของรางวัลกับเอฟดับบลิวดี ซึ่งทำให้เราทราบถึงข้อมูลเชิงลึก เช่น ไลฟ์สไตล์และความสนใจ  เพื่อนำมาสร้างความสัมพันธ์และการบริการที่ดีให้แก่พวกเขา   

นางสาวพิมพาภรณ์ อาภาศิริผล ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอล บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทได้จัดตั้งสายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอลขึ้น เพื่อตอบรับวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนมุมมองของลูกค้าที่มีต่อการประกันชีวิต โดยลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ด้านดิจิตอลผ่านทางไลน์ ออฟฟิสเชียลของเอฟดับบลิวดี (LINE: FWD Thailand) ซึ่งปัจจุบันเรามีสมาชิกประมาณ 11 ล้านคน  โดยพวกเขาสามารถเช็คข้อมูลกรมธรรม์  รายละเอียดผลิตภัณฑ์  รวมถึงการพูดคุยกับบริษัทผ่านทางเอฟดับบลิวดีไลน์ แอปพลิเคชั่น ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

นางสาวพิมพาภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทและธนาคารทีเอ็มบี ได้เริ่มขายแบบประกันออนไลน์ ชื่อ แบบประกัน มอร์เซฟวิ่ง 10/5   ซึ่งเราเป็นบริษัทประกันชีวิตรายแรกของไทยที่ขายกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านช่องทาง Mobile Banking Application  โดยลูกค้าของ ME by TMB  สามารถซื้อประกันชีวิตนี้ได้ง่าย ตลอดเวลา

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนในการเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของ FWD MAX เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ เพิ่มจำนวนสมาชิก และมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้แก่คนทั่วไป ไม่เฉพาะลูกค้าเอฟดับบลิวดีเท่านั้น

“ใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทจะมีโครงการใหม่ๆ  เหมือนอย่างเช่น โครงการ Data  Lake และเทคโนโลยีที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI - Artificial Intelligence)  เป็นส่วนประกอบเข้ามาใช้ เพื่อที่จะตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าให้ดีมากขึ้น  เราเชื่อว่าหากเราให้การบริการที่สะดวกสบายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิตอล สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนมุมมองที่ผู้คนมีต่อการประกันชีวิตได้อย่างแน่นอน” นางสาวพิมพาภรณ์กล่าว

เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต สร้าง Data Lake พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI – Artificial Intelligence) มาวิเคราะห์และออกแบบการบริการเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าผ่านช่องทางดิจิตอล ให้ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า โดยหวังจะเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิตตามวิสัยทัศน์ของบริษัท

ดร.ยูหุย  เหยา หัวหน้าหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก กลุ่มเอฟดับบลิวดี กล่าวว่า เอฟดับบลิวดีพัฒนาเทคโนโลยีโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อที่จะส่งมอบประสบการณ์ด้านดิจิตอลที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้าของเรา  ดังนั้นการเข้าใจลูกค้าจึงเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการดังกล่าว เอฟดับบลิวดีจึงได้ร่วมกันจัดทำ Data Lake สำหรับรวบรวมข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เช่น ข้อมูลจากการเรียกร้องสินไหมทดแทน  ศูนย์บริการลูกค้า สื่อออนไลน์ เป็นต้น และนำมาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า  ซึ่งการมองเห็นแบบ 360 องศา (360 Degree Customer Single View) แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI - Artificial Intelligence) จะช่วยให้เราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลได้มากยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชั่น FWD MAX ที่เป็นแพลตฟอร์มที่ให้คนทั่วไปและลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรมและแลกของรางวัลกับเอฟดับบลิวดี ซึ่งทำให้เราทราบถึงข้อมูลเชิงลึก เช่น ไลฟ์สไตล์และความสนใจ  เพื่อนำมาสร้างความสัมพันธ์และการบริการที่ดีให้แก่พวกเขา   

นางสาวพิมพาภรณ์ อาภาศิริผล ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอล บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทได้จัดตั้งสายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอลขึ้น เพื่อตอบรับวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนมุมมองของลูกค้าที่มีต่อการประกันชีวิต โดยลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ด้านดิจิตอลผ่านทางไลน์ ออฟฟิสเชียลของเอฟดับบลิวดี (LINE: FWD Thailand) ซึ่งปัจจุบันเรามีสมาชิกประมาณ 11 ล้านคน  โดยพวกเขาสามารถเช็คข้อมูลกรมธรรม์  รายละเอียดผลิตภัณฑ์  รวมถึงการพูดคุยกับบริษัทผ่านทางเอฟดับบลิวดีไลน์ แอปพลิเคชั่น ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

นางสาวพิมพาภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทและธนาคารทีเอ็มบี ได้เริ่มขายแบบประกันออนไลน์ ชื่อ แบบประกัน มอร์เซฟวิ่ง 10/5   ซึ่งเราเป็นบริษัทประกันชีวิตรายแรกของไทยที่ขายกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านช่องทาง Mobile Banking Application  โดยลูกค้าของ ME by TMB  สามารถซื้อประกันชีวิตนี้ได้ง่าย ตลอดเวลา

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนในการเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของ FWD MAX เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ เพิ่มจำนวนสมาชิก และมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้แก่คนทั่วไป ไม่เฉพาะลูกค้าเอฟดับบลิวดีเท่านั้น

“ใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทจะมีโครงการใหม่ๆ  เหมือนอย่างเช่น โครงการ Data  Lake และเทคโนโลยีที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI - Artificial Intelligence)  เป็นส่วนประกอบเข้ามาใช้ เพื่อที่จะตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าให้ดีมากขึ้น  เราเชื่อว่าหากเราให้การบริการที่สะดวกสบายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิตอล สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนมุมมองที่ผู้คนมีต่อการประกันชีวิตได้อย่างแน่นอน” นางสาวพิมพาภรณ์กล่าว

เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต สร้าง Data Lake พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI – Artificial Intelligence) มาวิเคราะห์และออกแบบการบริการเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าผ่านช่องทางดิจิตอล ให้ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า โดยหวังจะเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิตตามวิสัยทัศน์ของบริษัท

ดร.ยูหุย  เหยา หัวหน้าหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก กลุ่มเอฟดับบลิวดี กล่าวว่า เอฟดับบลิวดีพัฒนาเทคโนโลยีโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อที่จะส่งมอบประสบการณ์ด้านดิจิตอลที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้าของเรา  ดังนั้นการเข้าใจลูกค้าจึงเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการดังกล่าว เอฟดับบลิวดีจึงได้ร่วมกันจัดทำ Data Lake สำหรับรวบรวมข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เช่น ข้อมูลจากการเรียกร้องสินไหมทดแทน  ศูนย์บริการลูกค้า สื่อออนไลน์ เป็นต้น และนำมาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า  ซึ่งการมองเห็นแบบ 360 องศา (360 Degree Customer Single View) แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI - Artificial Intelligence) จะช่วยให้เราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลได้มากยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชั่น FWD MAX ที่เป็นแพลตฟอร์มที่ให้คนทั่วไปและลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรมและแลกของรางวัลกับเอฟดับบลิวดี ซึ่งทำให้เราทราบถึงข้อมูลเชิงลึก เช่น ไลฟ์สไตล์และความสนใจ  เพื่อนำมาสร้างความสัมพันธ์และการบริการที่ดีให้แก่พวกเขา   

นางสาวพิมพาภรณ์ อาภาศิริผล ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอล บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทได้จัดตั้งสายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอลขึ้น เพื่อตอบรับวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนมุมมองของลูกค้าที่มีต่อการประกันชีวิต โดยลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ด้านดิจิตอลผ่านทางไลน์ ออฟฟิสเชียลของเอฟดับบลิวดี (LINE: FWD Thailand) ซึ่งปัจจุบันเรามีสมาชิกประมาณ 11 ล้านคน  โดยพวกเขาสามารถเช็คข้อมูลกรมธรรม์  รายละเอียดผลิตภัณฑ์  รวมถึงการพูดคุยกับบริษัทผ่านทางเอฟดับบลิวดีไลน์ แอปพลิเคชั่น ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

นางสาวพิมพาภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทและธนาคารทีเอ็มบี ได้เริ่มขายแบบประกันออนไลน์ ชื่อ แบบประกัน มอร์เซฟวิ่ง 10/5   ซึ่งเราเป็นบริษัทประกันชีวิตรายแรกของไทยที่ขายกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านช่องทาง Mobile Banking Application  โดยลูกค้าของ ME by TMB  สามารถซื้อประกันชีวิตนี้ได้ง่าย ตลอดเวลา

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนในการเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของ FWD MAX เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ เพิ่มจำนวนสมาชิก และมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้แก่คนทั่วไป ไม่เฉพาะลูกค้าเอฟดับบลิวดีเท่านั้น

“ใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทจะมีโครงการใหม่ๆ  เหมือนอย่างเช่น โครงการ Data  Lake และเทคโนโลยีที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI - Artificial Intelligence)  เป็นส่วนประกอบเข้ามาใช้ เพื่อที่จะตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าให้ดีมากขึ้น  เราเชื่อว่าหากเราให้การบริการที่สะดวกสบายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิตอล สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนมุมมองที่ผู้คนมีต่อการประกันชีวิตได้อย่างแน่นอน” นางสาวพิมพาภรณ์กล่าว

เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต สร้าง Data Lake พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI – Artificial Intelligence) มาวิเคราะห์และออกแบบการบริการเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าผ่านช่องทางดิจิตอล ให้ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า โดยหวังจะเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิตตามวิสัยทัศน์ของบริษัท

ดร.ยูหุย  เหยา หัวหน้าหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก กลุ่มเอฟดับบลิวดี กล่าวว่า เอฟดับบลิวดีพัฒนาเทคโนโลยีโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อที่จะส่งมอบประสบการณ์ด้านดิจิตอลที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้าของเรา  ดังนั้นการเข้าใจลูกค้าจึงเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการดังกล่าว เอฟดับบลิวดีจึงได้ร่วมกันจัดทำ Data Lake สำหรับรวบรวมข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เช่น ข้อมูลจากการเรียกร้องสินไหมทดแทน  ศูนย์บริการลูกค้า สื่อออนไลน์ เป็นต้น และนำมาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า  ซึ่งการมองเห็นแบบ 360 องศา (360 Degree Customer Single View) แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI - Artificial Intelligence) จะช่วยให้เราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลได้มากยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชั่น FWD MAX ที่เป็นแพลตฟอร์มที่ให้คนทั่วไปและลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรมและแลกของรางวัลกับเอฟดับบลิวดี ซึ่งทำให้เราทราบถึงข้อมูลเชิงลึก เช่น ไลฟ์สไตล์และความสนใจ  เพื่อนำมาสร้างความสัมพันธ์และการบริการที่ดีให้แก่พวกเขา   

นางสาวพิมพาภรณ์ อาภาศิริผล ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอล บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทได้จัดตั้งสายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอลขึ้น เพื่อตอบรับวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนมุมมองของลูกค้าที่มีต่อการประกันชีวิต โดยลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ด้านดิจิตอลผ่านทางไลน์ ออฟฟิสเชียลของเอฟดับบลิวดี (LINE: FWD Thailand) ซึ่งปัจจุบันเรามีสมาชิกประมาณ 11 ล้านคน  โดยพวกเขาสามารถเช็คข้อมูลกรมธรรม์  รายละเอียดผลิตภัณฑ์  รวมถึงการพูดคุยกับบริษัทผ่านทางเอฟดับบลิวดีไลน์ แอปพลิเคชั่น ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

นางสาวพิมพาภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทและธนาคารทีเอ็มบี ได้เริ่มขายแบบประกันออนไลน์ ชื่อ แบบประกัน มอร์เซฟวิ่ง 10/5   ซึ่งเราเป็นบริษัทประกันชีวิตรายแรกของไทยที่ขายกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านช่องทาง Mobile Banking Application  โดยลูกค้าของ ME by TMB  สามารถซื้อประกันชีวิตนี้ได้ง่าย ตลอดเวลา

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนในการเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของ FWD MAX เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ เพิ่มจำนวนสมาชิก และมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้แก่คนทั่วไป ไม่เฉพาะลูกค้าเอฟดับบลิวดีเท่านั้น

“ใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทจะมีโครงการใหม่ๆ  เหมือนอย่างเช่น โครงการ Data  Lake และเทคโนโลยีที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI - Artificial Intelligence)  เป็นส่วนประกอบเข้ามาใช้ เพื่อที่จะตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าให้ดีมากขึ้น  เราเชื่อว่าหากเราให้การบริการที่สะดวกสบายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิตอล สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนมุมมองที่ผู้คนมีต่อการประกันชีวิตได้อย่างแน่นอน” นางสาวพิมพาภรณ์กล่าว