November 21, 2018

DPU X สถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ และบุคลากรแห่งอนาคต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมฟรี ในโครงการ DPU eXplore Series (เปิด) ประสบการณ์ ชอบทางไหนต้อง “ไปให้สุด” โดยเรียนรู้จาก กูรู ของแต่ละวงการภายใต้คอนเซ็ป “Playfessional” พร้อมลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างความเป็น expert ให้กับผู้เข้าร่วมอบรม โดยในวันพฤหัสบดีที่ 29 พ.ย.นี้ เวลา 15.00-16.00 น. ที่ DPU X Space เสนอตอน “Beauty & Travel Content Creators” มีคุณทับทิม มัลลิกา Youtuber แห่งโลกออนไลน์คอนเทนต์ที่จะมาแนะนำ Do & Don’t เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวไปสู่การเป็น Social influencer พร้อมกับ คุณธีรนัย สิทธิจำลอง Head of Lifestyle Content แห่ง Wongnai ที่จะมาเล่าประสบการณ์การเริ่มต้นธุรกิจ แบบเข้าใจง่ายให้แรงบันดาลใจแบบ StarUp มาเอง
งานนี้สายเที่ยว สายชิม สายไลฟ์สไตล์ สายรีวิว ห้ามพลาด ผู้สนใจร่วมเปิดประสบการณ์พร้อมรับฟังแนวคิดการครีเอทคอนเทนต์แบบไหนให้โดนใจคนอ่าน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 061-4905858 อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
หรือลงทะเบียนที่ http://dpux.dpu.ac.th

วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มข. (COLA KKU) ร่วมกับ Lee Kuan Yew School of Public Policy, มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เปิดหลักสูตร "Smart City Leadership Development Program (ผู้นำพัฒนาเมืองอัจฉริยะ)" ในรูปแบบ Exclusive & Comprehensive Program ที่เน้นเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ตรงจากผู้ทรงคุณวุฒิและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้งภายในและต่างประเทศ

หลักสูตร Smart City Leadership Development Program ผู้นำพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เป็นหลักสูตรที่ครบเครื่องเรื่องการพัฒนาเมืองแบบมืออาชีพ กระชับเครือข่ายเป็นกลไกในการสร้างองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ได้เรียนรู้และถอดบทเรียนความสำเร็จของการพัฒนาเมืองจากประสบการณ์ทั้งภายในและต่างประเทศ

อ.สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดี วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มข. ผู้ก่อตั้งโครงการขอนแก่นพัฒนาเมือง (KKTT) และประธานบริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงหลักสูตรอบรมครั้งนี้ว่า "งานสัมมนาในครั้งนี้ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นก็ได้ถอดบทเรียนจากเรื่อง ขอนแก่นโมเดล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องขอนแก่นโมเดล และเมืองอัฉริยะว่าอะไรที่เหมาะสมที่สุดกับเมืองไทย ในงานสัมมนาครั้งนี้ได้ยกตัวอย่าง เรื่องการใช้ตลาดทุนเข้ามา หรือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้ blockchain หรือ ICO เพื่อให้การอบรมครั้งนี้เรียกว่าการบูรณาการของศาสตร์ต่างๆ และที่สำคัญที่สุดเรามีเคสในประเทศไทยให้ดู นั่นคือ ในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ ตามที่รัฐบาลบอกมา เช่น ภูเก็ต และเชียงใหม่"

"นอกจากการอบรบในประเทศไทย ทั้งหมด 6 วัน เราใช้เวลาอีก 3 วัน เพื่อเดินทางไปดูเคสที่ประเทศสิงค์โปร ในเรื่องการพัฒนาเมืองที่เกิดขึ้นจริงๆ และความสำเร็จแล้วในรูปแบบของสิงค์โปร ซึ่งได้รับความร่วมกับจาก Lee Kuan Yew School of Public Policy มหาวิทยาลัยสิงค์โปร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมองเห็นอนาคตว่า ถ้าเกิดเราต้องการสร้างเมืองที่ดี เศรษฐกิจดี สังคมดี และสิ่งแวดล้อมดีนั้น ประเทศไทยเราควรจะมีแนวโน้มพัฒนาไปทางใดบ้าง และนี่ก็คือวัตถุประสงค์ในการจัดอมบรมครั้งนี้ให้เกิดขึ้น" อ.สรุเดช กล่าวปิดท้าย

อบรมทั้งหมด 9 วัน คือ

  • วันที่ 9,11,26,30 มกราคม และ 13,21 กุมภาพันธ์ 2562
    ณ โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel กรุงเทพฯ
  • วันที่ 14 - 16 กุมภาพันธ์ 2562
    ณ Lee Kuan Yew School of Public Policy มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

เปิดรับสมัครผู้สนใจ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป รับจำนวนจำกัดเพียง 40 ท่าน  ลงทะเบียน ที่นี่ https://goo.gl/forms/t651zkG0TzpEwD1t1

ติดตามอัพเดทข้อมูลข่าวสารได้ที่
Facebook : Smart City Leadership Development Program

นิตยสาร MBA ร่วมกับบริษัท SIAM ICO และ SME Bank เปิดเวทีระดมความรู้ จัดสัมมนา Blockchain Talk : Management & Transformation “การบริหารยุคใหม่ต้องใช้บล็อกเชน” เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในภาคส่วนต่างที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันและจะทวีเพิ่มขึ้นในอนาคต

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.สันติ กีระนันทน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นประธานเปิดงาน นอกจากนี้ยังมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน Blockchain อย่าง คุณปฐม อินทโรดม, คุณโดม เจริญยศ และคุณคณิต ศาตะมาน ผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัท สยามไอซีโอ จำกัด (SIAM ICO) มาให้ความรู้และแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้ร่วมงานได้ร่วมรับฟังในประเด็นที่น่าสนใจ

ในช่วงบ่ายการบรรยายยังคงเข้มข้น อัดแน่นไปด้วยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยเริ่มจาก คุณสุมาวสี ศาลาสุข ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจดิจิทัล ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank), คุณกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคลาวด์และโซลูชั่น บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด และปิดท้ายด้วยวงเสวนา จาก คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ผู้ก่อตั้งโครงการขอนแก่นเมืองพัฒนา (KKTT), คุณวรพพจน์ ธาราศิริสกุล Blockchain and ICO Specialist บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด  และ ดร. พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการ DPU X มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต

โดยวัตถุประสงค์การจัดจัดงานในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจในเรื่อง Blockchain Technology ในมิติของการนำไปใช้ในการบริหารและการจัดการขององค์กร หรือหน่วยงาน ต่อสังคมธุรกิจและผู้สนใจ


สามารถติดตามงานสัมมนาเชิงความรู้ครั้งต่อไปได้ที่

Facebook :
Thailand MBA Forum
MBA_magazine
SIAM ICO

ต้อนรับสตรีนักธุรกิจทั่วโลกราว 550 คน จาก 40 ประเทศ รวมพลังสร้างโอกาส นำเสนอแนวคิดสตรีในเวทีโลก 

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (BPW International Asia-Pacific Regional Conference 2018) ต้อนรับสตรีผู้นำทางความคิดราว 550 คน จาก 48 ประเทศ  จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการเสริมพลังสตรีเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน  จัดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2561  ที่ผ่านมา ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ 

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล  ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (BPW Thailand) และประธานคณะกรรมการจัดงานการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล ปี 2561 หรือ BPW International Asia-Pacific Regional Conference 2018 (APRC 2018) เปิดเผยว่า นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ประเทศไทย โดย BPW Thailand ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล ประจำปี 2561 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2561 โดยประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 24 ปี จึงถือเป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่ต้อนรับสตรีนักธุรกิจชั้นนำของโลกราว 550 ท่าน จาก 40 ประเทศ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนระดมความคิดและความรู้จากทั่วโลก   รับทราบวิสัยทัศน์ใหม่ๆ เกี่ยวกับบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโลก  

การประชุมครั้งนี้ ได้รับพระมหากรุณาจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงเปิดการประชุมในช่วงเช้าวันที่  30 ตุลาคม  พร้อมมีพระราชดำรัสว่าหัวข้อในการประชุมครั้งนี้ คือ การเสริมพลังสตรีให้ตระหนักถึงเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวข้อที่สร้างแรงบันดาลใจในช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากบทบาทของผู้หญิงในอดีตถูกจำกัดเฉพาะในครอบครัว น้อยคนนักที่จะได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ทั้งๆ ที่ผู้หญิงเหล่านี้อาจมีความสามารถที่จะมีส่วนช่วยเหลือชุมชนมากกว่าที่จะช่วยแต่เฉพาะในครอบครัว ปัจจุบัน บทบาทของผู้หญิงได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหลายมิติ รวมทั้งวิธีคิด และผู้หญิงก็ยังมีบทบาทสำคัญในครอบครัว และมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมากในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคมให้ก้าวไปข้างหน้า ผู้หญิงยุคใหม่มีโอกาสที่จะได้รับการศึกษาถึงระดับสูงสุด ดังนั้น การศึกษาจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพ และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสตรี อย่างไรก็ตามยังมีผู้หญิงอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับโอกาส ให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ พระองค์จึงได้สนับสนุนด้านการศึกษา ตัวอย่างเช่น ให้ผู้ต้องขังหญิงได้เรียนรู้ผ่านระบบสารสนเทศและห้องสมุดที่จัดตั้งขึ้นภายในเรือนจำหลายจังหวัด ส่งเสริมด้านวิชาชีพและทักษะให้กับผู้ต้องขังหญิงให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้หลังจากพ้นโทษ

และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงแสดงปาฐกถาพิเศษในวันที่  31  ตุลาคม ในหัวข้อ “การนำ แบงค็อก รูลส์ ไปสู่การปฏิบัติ : ให้โอกาสครั้งที่ 2 แก่สตรี” มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการพัฒนาที่ยั่งยืน คือ ความเท่าเทียมทางเพศ การส่งเสริมพลังสตรีและเด็กหญิง ซึ่งสตรีและเด็กหญิงนั้นต้องมีสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมกัน ปราศจากความรุนแรงและการแบ่งแยกชนชั้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน หากปราศจากสันติภาพ ความมั่นคง สิทธิมนุษยชน และธรรมาภิบาลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางกฎหมายเราจะไม่สามารถพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืนได้ ทั้งนี้ พระองค์มีความสนใจในด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมายระหว่างประเทศ และการเสริมพลังผู้ด้อยโอกาสตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา และเมื่อทำงานในระบบยุติธรรมก็ได้พบกับปัญหาของผู้ต้องขังหญิง ในประเทศไทยจำนวนผู้ต้องขังหญิงสูงสุดเป็นที่ 2 ของโลก และร้อยละ 90 เป็นผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งได้รับความยากลำบากในขณะถูกคุมขัง ทั้งในด้านสวัสดิการที่ไม่เหมาะสมกับความต้องการ ขาดการเตรียมความพร้อมเพื่อกลับสู่ครอบครัวและสังคมหลังการปล่อยตัว ในปี 2549 ได้มีการริเริ่มดำเนินโครงการกำลังใจ มีเป้าหมายในการให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาสรวมทั้งผู้ต้องขัง และผู้ที่มีปัญหาทางกฎหมาย ให้สามารถกลับมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม ต่อมาในปี 2551 ได้จัดตั้งโครงการ ELFI เพื่อรณรงค์ในระดับสากลเพื่อให้เกิดมาตรฐานระดับสหประชาชาติ ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงจนได้มีการยกร่างกฎแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงหรือที่เรียกว่า เดอะแบงค็อก รูลส์ หรือ ข้อกำหนดกรุงเทพฯ ในปี 2553 ที่ประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติได้มีมติให้เป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องบังคับใช้ทั่วโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง

ในช่วงค่ำของวันที่ 1 พฤศจิกายน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ  เสด็จเป็นประธานในงานกาล่าดินเนอร์  พร้อมทอดพระเนตรการแสดงชุดงามภูษา งามพัสตราทรงคุณค่าพลังสตรี (The Elegance of Women Power) พร้อมแฟชั่นโชว์ 3 ชุด

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการบรรยายและเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ “Financial  Inclusion for Gender  Equality and Poverty Alleviation” จากนายมงคล  ลีลาธรรม  กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  (SME Bank) นางสาวฐิตินันท์  วัธนเวคิน  รองประธาน BPW Thailand และ Ambica  Shrestra  ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ ประเทศเนปาล ตลอดจน Masako    Hiramatsu   ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ ประเทศญี่ปุ่น และมีการทำ Workshop อาทิ Intercultural  Understanding for Business Growth, Interactive Networking Opportunities, How to Dress in Thai Tradition

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล  กล่าวเพิ่มเติมว่า “สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล เป็นเครือข่ายสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพที่เข้มแข็ง มีวัตถุประสงค์ในการทำงานเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าทางสังคมและเศรษฐกิจของโลกโดยผสานพลังความร่วมมือจากสตรีทั่วโลกและสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล มีวาระครบรอบ 88 ปี ในปีนี้ สมาชิกของสหพันธ์ฯ ยังคงทำงานร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐ องค์การสหประชาชาติ สภายุโรป และองค์กรภาคเอกชนในอีก         100 ประเทศ  สำหรับสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและ สำหรับสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มนักธุรกิจสตรีที่มีชื่อเสียง โดยในปีนี้ มีวาระครบรอบ 45 ปี ซึ่งในปัจจุบัน มีองค์กรสมาชิก 21 แห่งทั่วประเทศ มีพันธกิจที่มุ่งสนับสนุนการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบันของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  สะท้อนให้โลกเห็นว่า ผู้หญิงยุคใหม่กำลังก้าวพ้นความท้าทายและความยากลำบากในอดีต  ผู้หญิงในวันนี้ แข็งแกร่งขึ้น  กล้าหาญขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้น  และรับรู้ว่าลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิงคือความเข้มแข็ง ไม่ใช่ความอ่อนแอ การรวมตัวของผู้หญิงทั่วโลกที่ร่วมกันต่อสู้ เป็นอาวุธที่ดีที่สุด ดังภาษิตที่ว่าหากเราร่วมกันก็จะสามารถจะสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้”

 

         Many believe that human is the toughest species on earth for a long time, we had fought through wars, plague and many deadly diseases but there is still one thing that we can’t defeat, i.e. cancer. Cancer is a fatal disease that has been known to kill humanity for centuries. We seem not to know how to successfully prevent and cure cancer due to the reason that every cancer patient has a distinct type of mutations within his/her tumor; thus it needs to be treated by a specific and precise medicine that doesn’t suit with everyone. However, with the 2018 Nobel Prize-awarded scientific findings and the discovery of modern medicine, it seems like there might be a cure for cancer after all.

          Recently, MBA magazine got a chance to sit down with Dr. Trairak Pisitkun at Chulalongkorn University and talk about his Systems Biology Center. Dr. Trairak and his team have been developing an antibody drug that would help improve the ability of our own immune system to fight against cancer. Long before Dr. Trairak starting this project, he graduated from Mahidol University, Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital in 1994, followed by specialized training in Internal Medicine and Nephrology. However, after working as a physician for a while, he felt like this was not enough for him; he wished that he could be doing something more than just following the guidelines for treating patients.

           “I’ve realized that Thai doctors have been following guidelines from foreign doctors and I hope we could be doing something more innovative and more suitable for Thai people. Then again, by inventing innovations to help Thai people, I certainly need more knowledge in advanced science and technologies; so I decided to continue my career aboard as a researcher and scientist instead of a medical doctor”, Dr. Trairak said. He had been working at the National Institutes of Health or NIH in the United States of America for 9 years until he became a specialist in Systems Biology, Antibody R&D and Computational Biology. After moving back to Thailand 5 years ago, he has been working as Director of Center of Excellence in Systems Biology, Chulalongkorn University.

 

               Currently, he has been developing an antibody drug to help Thai patients fight with cancer, before that he had been developing antibodies for basic research and diagnostic purposes. “Unintentionally, I’ve been invited to a closed group on social network for doctors and cancer patients who are interested in cancer immunotherapy. Every day, I would read stories of patients telling other people about their conditions and how it has miraculously gotten better after using the immune checkpoint antibody drug. It's incredible to perceive and, eventually, I was sold and desired to develop this type of medicine for Thai people using our antibody technology mainly because the extravagant cost, yet amazing efficacy, of this treatment”.  

             In America, Vice President Joe Biden has proposed a program called “Cancer Moonshot” during his Vice Presidency to support the research for curing cancer.  By accelerating cancer research, the Cancer Moonshot program aims to make more effective therapies available to more patients, while also improving our ability to prevent cancer and detect it at an early stage. There have been cured cases in America by using immunotherapy which Dr. Trairak hoped that one day he and his team would be able to provide this kind of treatment for Thai people at an affordable price that would allow anyone to have access.

               Instead of treating cancer by chemotherapy or radiation which would cause damages to other normal tissues and organs within our body, immunotherapy helps improve the ability of white blood cells and prevent cancer from blocking white blood cells to fight against them without damaging our body. After Dr. Trairak explains to us about the immunotherapy, we got a chance to ask him some questions that would help provide more understanding on the therapy and the plans that he has for Thai patients.

               Is there a chance that we could use some kinds of gene sequencing analysis to help us know in advance or warn us that we have cancer?

               There are some cases such as hereditary cancers that would allow us to predict in advance about whether we would have cancer, but there are only 8% chance of hereditary cancers. A majority of cancers are caused by somatic mutations; the likelihood that this will happen increases when we get older. This condition also depends on various exposures that we got from the environment such as food that we consume or chemicals to which we had been exposed. The current concept in cancer biology emphasizes that the sickening of the immune system is the cause of cancer progression. All of us always have a chance to get cancer, but it doesn't happen to everyone due to the defensive power of our immune system. By harnessing the natural defense, immunotherapy is effective and durable; moreover, it has fewer side effects than other types of cancer treatment.

            What’s the percentage of success?

            With the current indications, the percentage of success is still moderate (20-30%) in advanced cancer patients that are using this antibody drug. But considering that this medicine has been out in public for only 4 years, I believe that the advance in immunotherapy research will further improve the outcome of this treatment substantially.

 

The Progress of Developing Medicine in Thailand

                     Dr. Trairak mentioned that his center is developing their own antibody drug. They generate the antibody drug by immunizing mice and later screening for antibody-producing white blood cell clones that would secrete the proper mouse antibodies (Phase 1). They have to modify the mouse antibodies to make them as close to human antibodies as possible to avoid other side effects that the medicine would have on the human (Phase 2). However, some processes would require technical assistance from the overseas laboratory as specific skills are lacking in Thailand. Currently, they have found a potential antibody drug prototype that would worth to pursue further and are waiting for the next step of the process (Phase 2) to start.

                     Right now, Dr. Trairak has started fundraising for the immunotherapy project by asking Thai people to donate 5 baht each to the project. He has hoped that the fund would rise to 200 million baht within 1 year to get to the large-scale production step (Phase 3). If everything has gone according to plan, the antibody prototype will be produced at large scale (Phase 3: 18-24 months) and then studied on animals first (Phase 4: 20-24 months) then he would move to experiment on human subjects (Phase 5: 48-60 months) before getting an approval by Thai FDA and distributing the medicine out to be sold in hospitals in Thailand with the aim of pricing at 20,000 baht per dosage, if possible. The entire process would require at least 8-10 years with the total budget of at least 1,500 million baht. Currently, the funding has reached over 100 million baht, and the funding is increasing every day with the hope that they would reach Phase 3 of the developing process by the end of next year.

                    Dr. Trairak also recommends that everyone could start preventing many types of sickness by starting regular exercise and controlling body weight from now on which would help make our immune system stronger and could possibly preventing cancer from growing. The "Thai version" antibody drug is still in the early developing stage, but from what we have learned from Dr. Trairak, we have realized that, with the advancement in immunotherapy, we have finally see the light at the end of the tunnel for cancer curing.

 

Everyone Deserves a Chance to Survive from Cancer: How to support and make this cancer-curing project comes true?      

To make this medicine comes true for Thai cancer patients and contribute to the future endeavour of cancer immunotherapy research in Thailand, "Chulalongkorn Cancer Immunotherapy Excellence Center" open for donation with the following information:

408-004443-4 (saving account)

045-304669-7 (current account)

Bank: Siam Commercial Bank 

Branch: The Thai Red Cross Society

Account name: Faculty of Medicine, Chulalongkorn University

Contact: https://www.facebook.com/CUCancerIEC/

Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Tel: 097-014-4978/ 088-902-2370/ 02-256-4183           

 

Authors & Photos:

Pinploy  Poonkham

Satida   Pichanusakorn

17 พฤศจิกายนนี้ เตรียมพบกับคอนเสิร์ตที่สั่งตรงมาจากเกาหลี  2018 HEC KOREA CONCERT 60th Anniversary Thailand-Korea relations (H -human, E -equilibrium C- means culture)ที่เชื่อมความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีที่มีมาอย่างยาวนาน และยัง เป็นคอนเสิร์ตที่จะรวบรวมศิลปินเกาหลี ขวัญใจใครหลายๆคน จำนวนมากมาไว้บนเวทีเดียวกัน อย่าง วง Wanna One , Monsta- X, Teen Top, The Boyz, Pentagon, Dongkiz.  ซึ่ง คอนเสิร์ตนี้ได้รับการสนับสนุน จากสปอนเซอร์ทางเกาหลีเรียบร้อยแล้ว ด้วยมูลค่ากว่า 70 ล้านบาทจาก บริษัท  SK Securities  ที่ผ่านมาคอนเสิร์ต "HEC KOREA CONCERT” ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศ เวียดนาม จีน รัสเซีย และล่าสุดประเทศไทยเป็นประเทศที่4  ซึ่งนี้อาจจะเป็นการแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายในนาม WANNA ONE ที่ประเทศไทย สถานที่จัดงานคอนเสิร์ต : สนามกีฬาธรรมศาสตร์ (ศิลปินต่างประเทศกลุ่มแรกที่มาจัดการแสดงที่สนามกีฬาธรรมศาสตร์ในรอบ 84 ปี) บัตรราคาตั้งแต่ 1,100  ถึง 6,600 บาท คุณจะได้พบกับคุณภาพแน่นในแต่ละวง โชว์เพลงจัดเต็มมากกว่า 5 เพลง เรียกได้ว่าเป็นกึ่งมินิคอนเสิร์ต โดยรวมตลอดการแสดงครั้งนี้เต็มอิ่มในเวลา 210 นาที กับ 2018 HEC KOREA CONCERT 60th Anniversary Thailand-Korea relations จัดโดย KBS Media

จุดจำหน่ายไทยทิคเก็ตเมเจอร์/ไปรษณีย์ไทย/โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์และอีจีวี/บิ๊กซี /เทสโก้ โลตัส

2018 HEC KOREA CONCERT 60th Anniversary Thailand-Korea relations
วันแสดง  : วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2561
เวลาแสดง  :  18.00 น.
สถานที่แสดง  : สนามกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

ท่ามกลางกระแสและความเป็นจริงที่สังคมและธุรกิจกำลังก้าวย่างอยู่ในความเปลี่ยนแปลง สิ่งที่องค์กรและธุรกิจกำลังมองหาคือวิธีการที่จะทำอย่างไร? ให้องค์กรสามารถที่จะDisrupt ตนเองโดยไม่ต้องรอให้คนอื่นมา Disrupt  

Page 1 of 12