September 19, 2018
Ad Top Header
×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 840

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 6847

สสว. ร่วมกับ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม นำทัพเอสเอ็มอีอาหารแปรรูปของไทย 23 ราย เจาะตลาดฮาลาลในมาเลเซีย สร้างมูลค่าการค้าได้ไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท จากการแนะนำสินค้าและเจรจาธุรกิจในงาน MIHAS 2018 ณ MITEC กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยนายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) และคณะ ร่วมเยี่ยมชมบูธต่างๆ ภายในงานด้วย เมื่อเร็วๆ นี้

ยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ให้จัดกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มอุตสาหกรรมฮาลาลของไทย ให้มีโอกาสลงพื้นที่จริง เรียนรู้ พัฒนากลยุทธ์ สร้างคุณค่าใหม่ให้เกิดขึ้น และต่อยอดธุรกิจในตลาดมาเลเซีย โดยได้นำคณะผู้ประกอบการจำนวน 23 ราย ร่วมจัดแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจในงาน Malaysia International Halal Showcase (MIHAS 2018) ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2561 ณ Malaysia International Trade and Exhibition Center(MITEC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

“ทั้งนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยจำนวน 23 ราย ที่เข้าร่วมงาน นำผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่ได้รับมาตรฐานฮาลาลไปจัดแสดงและเจรจาธุรกิจ อาทิ น้ำหวานว่านหางจระเข้, เครื่องดื่มเมล็ดแมงลักกลิ่นผลไม้, น้ำหวานกลิ่นต่างๆ, ผลไม้อบแห้ง, ผลไม้แช่แข็ง, ผักดอง, ทูน่ากระป๋อง, ลูกเดือยอบกรอบ, ทุเรียนอบกรอบ, ลูกอม, ปลาเส้น, ขนมข้าวสังข์หยด/ข้าวหอมมะลิอบกรอบ, ข้าวตัง, ผงน้ำสะเต๊ะ, น้ำจิ้มสะเต๊ะ, แกงมัสมั่น, แกงกะหรี่, พริกแกง, ซอสสำเร็จรูป และขนมหวานสำเร็จรูปพร้อมทาน เป็นต้น เพื่อเปิดตลาดฮาลาลในมาเลเซีย ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ และเกิดการเจรจาซื้อขายจำนวน 164 คู่เจรจา สร้างยอดขายได้ภายในงานทันทีจำนวน 6 ล้านบาท ประมาณการว่าภายในระยะเวลาหนึ่งปีต่อจากนี้ จะสามารถสร้างมูลค่าการค้าจากการเจรจาธุรกิจรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท โดยสินค้าประเภทเครื่องดื่ม, ผลไม้อบแห้ง, ผลไม้แช่แข็ง, ลูกอม และขนมขบเคี้ยวต่างๆ จะได้รับความนิยม และมีคำสั่งซื้อสูง”

งาน MIHAS 2018 เป็นงานแสดงสินค้าและบริการฮาลาลระดับโลกที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานจาก 21 ประเทศ และมีผู้เข้าชมงานกว่า 23,000 คน จาก 67 ประเทศทั่วโลก

ภควิภา เจริญตรา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและกิจการภายนอก เอไอเอ ประเทศไทย เป็นตัวแทนมอบหมวกนิรภัย จำนวน 2,500 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้แก่คนในชุมชนและสถานศึกษาต่างๆทั่วประเทศ เพื่อร่วมรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ในโครงการ “สงกรานต์เดินทางปลอดภัย ประกันภัยห่วงใยคุณ” โดยมี ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นผู้รับมอบ ซึ่งโครงการดังกล่าวดำเนินการโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิเมาไม่ขับ และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย

ภควิภา เจริญตรา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและกิจการภายนอก เอไอเอ ประเทศไทย (ซ้าย) ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) (ขวา)

ในการนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้ส่งมอบหมวกนิรภัยให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดพลมานีย์ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยแก่นักเรียนและเยาวชน นอกจากนั้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้สนับสนุนน้ำดื่มกว่า 3,000 ขวด ผ่านทางสำนักงาน คปภ. ประจำจังหวัด เพื่อมอบความสดชื่นให้แก่ประชาชนที่ต้องใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย อย่างไรก็ดี เอไอเอ ประเทศไทย ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรณรงค์และส่งเสริมให้คนไทยตระหนักถึงความรับผิดชอบขณะขับขี่ยานพาหนะ เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ให้คนไทยมีความสุขตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย 2561

บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนน้ำดื่มให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในโครงการ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เพื่อไว้สำหรับให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีนายเรวัต ประสงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เป็นผู้รับมอบ ณ หมวดทางหลวงบางปะอิน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี รับรางวัล “นักบริหาร โรงพยาบาลดีเด่นประจำปี 2561” ประเภทนักบริหารโรงพยาบาลดีเด่นเฉพาะด้าน สังกัดสาธารณสุข จากศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการประชุมวิชาการประจำปี ของกรมควบคุมโรค สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย สมาคมนักบริหารโรงพยาบาลแห่งประเทศไทย และมูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยมีผู้บริหารโรงพยาบาลราชวิถีและเจ้าหน้าที่ ร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องประชุมอัจฉรา สถาบันบำราศนราดูร จังหวัดนนทบุรี เมื่อเร็วๆนี้

สุธิดา มงคลสุธี (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX  ผู้ประกอบธุรกิจไอทีรายใหญ่ของประเทศไทย พร้อมด้วยพุฒิพันธ์ เตยะราชกุล (ซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สายงานอำนวยการ และวรพจน์ ถาวรวรรณ (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์คอมเมอร์เชียล และฝ่ายสื่อสารองค์กร นำเสนอผลการดำเนินงานปี 2560 ทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง มีกำไรสุทธิโตกว่า 53.30% อยู่ที่ 623.84 ล้านบาท รายได้โต 36.11% ที่ 32,426.01 ล้านบาท ด้านบอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท กำหนดจ่าย 10 พฤษภาคมนี้ ประกาศเป้าหมายปี 2561 เดินหน้ารุกทุกตลาดไอที ตั้งเป้ารายได้โตอีกกว่า 5,000 ล้านบาท ณ ห้อง 603 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ 

เอปสันบุกวงการแฟชั่นต่อเนื่อง ล่าสุดพี่ปอ ยรรยง มุนีมงคลทร บอสใหญ่แห่งเอปสัน ประเทศไทย เผยโปรเจ็คพิเศษจับมือกับแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของไทย Kloset สร้างสรรค์คอลเล็กชั่น “The Details of a Beautiful Mind” ด้วยการพิมพ์ระบบดิจิทัลผ่านเครื่องพิมพ์ Epson Surecolor F-series พรินเตอร์สำหรับแฟชั่นและสิ่งทอและ Epson Surecolor S-series ที่พิมพ์ลงวัสดุได้หลากหลาย เช่น แคนวาส หนังเทียม PU เรียกว่าเป็นเครื่องพิมพ์ในฝันของเหล่าดีไซเนอร์และนักออกแบบ ให้ความสนุกกับจินตนาการได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยมีคุณเล็ก-ณัฎฐ์ มั่งคั่ง ดีไซเนอร์ หัวเรือใหญ่ของ Kloset สร้างสรรค์ผลงาน ใครสนใจชมคอลเล็กชั่นสุดพิเศษของแบรนด์ Kloset และ Kloset & Etcetera ไปกันได้ที่เซ็นทรัล พระราม 2 วันที่ 5 – 8 เม.ย. และ FabCafe ชั้น 3 TCDC อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก วันที่ 17-22 เม.ษ. นี้

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไปด้านการขาย ผลิตภัณฑ์ และการตลาด บริษัท เอปสัน(ประเทศไทย) จำกัด

เล็ก-ณัฎฐ์ มั่งคั่ง ดีไซเนอร์ Director แบรนด์ Kloset

 

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริจาคเงินสมทบการจัดซื้อครุภัณฑ์โรงพยาบาลแม่สะเรียง เพื่อใช้ในกิจการของโรงพยาบาลแม่สะเรียง ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาพยาบาลผู้ป่วย จำนวน 100,000 บาท โดยมีนายแพทย์ทศพล ดิษฐ์ศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สะเรียง เป็นผู้รับมอบ ตามนโยบายของบริษัทฯ ที่ต้องการบรรเทาและช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการเข้ารับการรักษาความเจ็บป่วยทางกาย โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานภูมิภาคเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้

บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด ในฐานะผู้นำการให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร จัดงานสัมมนา Banpu Infinergy Symposium: The Intelligent City of Tomorrow” พร้อมนำเสนอบริการแบบ one stop service ด้วยนิทรรศการจำลองการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์นโยบาย 4.0 และการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ โดยมีผู้ประกอบการจากภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และบุคคลทั่วไปที่สนใจมากกว่า 200 คน เข้าร่วมงาน

ในงานสัมมนาครั้งนี้ บ้านปู อินฟิเนอร์จีฯ ได้เชิญกูรูด้านพลังงานจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มาให้ความรู้และแบ่งปันข้อมูลด้านการพัฒนาสมาร์ทซิตี้อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน  มร. แอรอน อัทเทอเบอรี่ จากบริษัท แบล็ค แอนด์ วิชช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนและพัฒนาสมาร์ทซิตี้ กับผลงานสมาร์ทซิตี้ที่สหรัฐอเมริกา และ นางทยา ทีปสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงเรียนนานาชาติรักบี้ กับแนวคิดการเตรียมความพร้อมการศึกษาไทยที่ทันสมัยในรูปแบบสมาร์ทแคมปัส

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ กรรมการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิกด้วยกลยุทธ์ Greener & Smarter ที่กลุ่มบ้านปูฯ มุ่งดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ทันสมัย พร้อมนำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมพลังงานจากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศมาเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในยุค 4.0 และสังคมไทยเพื่อมุ่งสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ ซึ่งการก้าวไปถึงจุดนั้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งองค์ความรู้ที่หลากหลาย ความพร้อมและประสบการณ์จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน บริษัทฯ หวังว่าการจัดงานสัมมนาในครั้งนี้จะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิด มุมมอง และประสบการณ์การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ อันจะเป็นการร่วมกันเดินหน้าประเทศไทยสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น”

เพื่อให้ผู้ร่วมงานเห็นภาพการเป็นสมาร์ทซิตี้ที่ชัดเจนขึ้น ภายในงาน บ้านปู อินฟิเนอร์จี ยังนำเสนอนิทรรศการจำลองการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์ในหลากหลายรูปแบบ เช่น โซลาร์คีออสระบบออนและ  ออฟกริด ที่ใช้ได้ทั้งไฟบ้านและพลังงานแสงอาทิตย์ โซลาร์เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้แบบ100% จอแสดงผลการใช้งานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเทคโนโลยีที่บ้านปู อินฟิเนอร์จี พัฒนาขึ้นเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบและอย่างทันท่วงที เช่น แอพพลิเคชั่นมือถือ Infinergy Application ที่ลูกค้าสามารถดูข้อมูลการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ และยอดประหยัดแบบเรียลไทม์ ระบบของคอนโทรลรูม ที่สามารถตรวจสอบการทำงานของระบบโซลาร์ได้ตลอดเวลา พร้อมทีมบริการหลังการขายที่ดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่งโมง

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (ซ้าย) และกนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด (ขวา)

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมการบริหารจัดการพลังงานแบบเบ็ดเสร็จ เน้นการผลิตไฟเอง ใช้เอง ให้เกิดเป็นสมาร์ทโฮม สมาร์ทกริด และสมาร์ทซิตี้ โดยมีหัวใจสำคัญคือ ระบบการจัดเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ไทยดำเนินตามแผนยุทธศาสตร์พลังงาน 4.0 ได้เร็วขึ้น เพื่อก้าวสู่การเป็นสังคมคุณภาพแห่งอนาคต และมีความได้เปรียบทางการแข่งขันกับต่างประเทศ ขอชื่นชมบ้านปูฯ ที่ร่วมมือกับภาครัฐเพื่อช่วยกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสมาร์ทซิตี้ได้เร็วขึ้น”

กนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า “จากการให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแบบครบวงจรแก่ลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม แฟชั่นเอ๊าท์เลท สถานีบริการน้ำมัน โรงแรม และโรงพยาบาล  บ้านปู    อินฟิเนอร์จี ได้เห็นความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และความสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการ เช่น การตรวจสอบระบบโซลาร์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น การใช้โดรนบินสำรวจเพื่อตรวจเช็คคุณภาพของแผงโซลาร์ การตรวจสอบการทำงานของระบบโซลาร์แบบเรียลไทม์จากห้องคอนโทรลรูมของบริษัทฯ เป็นต้น บริษัทฯ มั่นใจว่าเราจะเป็นผู้ให้บริการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง”

(บรรยายภาพ) บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด โดย นางสมฤดี ชัยมงคล (แถวหน้า กลาง) กรรมการ และนางสาวกนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม (แถวหลัง ขวาสุด) กรรมการผู้จัดการ ในงานสัมมนา “Banpu Infinergy Symposium: The Intelligent City of Tomorrow” โดยได้รับเกียรติจาก ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร (แถวหน้า ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน นางทยา ทีปสุวรรณ (แถวหน้า ขวาสุด) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงเรียนนานาชาติรักบี้ และมร. แอรอน อัทเทอเบอรี่ (แถวหลัง กลาง) จากบริษัท แบล็ค แอนด์ วิชช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนและพัฒนาสมาร์ทซิตี้ กับผลงานสมาร์ทซิตี้ที่สหรัฐอเมริกา ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และแนวคิดการผลักดันประเทศไทยสู่สมาร์ทซิตี้ ซึ่งด้านหลังคือโซลาร์คีออสต้นแบบที่บริษัทฯ ได้พัฒนาขึ้นเพื่อต่อยอดการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์ที่หลากหลาย สู่สมาร์ทซิตี้ในอนาคต

นอกจากการนำเทคโนโลยีระดับโลกด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว   บ้านปู อินฟิเนอร์จี ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) และระบบจัดเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) มาใช้ในการควบคุมการผลิต การส่ง และการกักเก็บพลังงานในอนาคต เพื่อให้การใช้พลังงานนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ล่าสุด ได้เข้าไปลงทุนในธุรกิจจัดเก็บพลังงานของสิงคโปร์ บริษัทนิว รีซอสเซส เทคโนโลยี จำกัด เพื่อผลักดันระบบการจัดการและจัดเก็บพลังงาน และพัฒนาการบริการด้านพลังงานที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยเป้าหมายการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างชาญฉลาด คือมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย  และสร้างสังคมคุณภาพแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด “Go Green Together” 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จันทร์จิรา วงษ์ขมทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยคริสเตียนให้เกียรติเป็นประธานมอบประกาศเกียรติคุณนักศึกษาดีเด่น ระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2560 จำนวน 139 คน แบ่งเป็น นักศึกษาดีเด่นประเภทรางวัลเหรียญทองเรียนดีคะแนนเฉลี่ยสะสม ตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไป จำนวน 43 คน นักศึกษาดีเด่นประเภทรางวัลเหรียญเงินเรียนดีคะแนนเฉลี่ยสะสม ตั้งแต่ 3.25-3.49 จำนวน 66 คน และนักศึกษาดีเด่นด้านกิจกรรม จำนวน 30 คน ณ ห้องประชุมอาคารศรีสิรินธร มหาวิทยาลัยคริสเตียน เมื่อวันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2561

บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนด้วยการเปิดตัวแคมเปญ คุณปลอดภัย ทุกคนปลอดภัย ร่วมใช้ถนนอย่างรับผิดชอบ โดยความร่วมมือระหว่างเชลล์ ภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายประชาสังคม และองค์กรอิสระ เพื่อสนับสนุนให้ท้องถนนไทยมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืนและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน แคมเปญดังกล่าวมีแผนดำเนินงานเป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่พ.ศ. 2561 – พ.ศ. 2563

อรรถ เหมวิจิตรพันธ์ รองประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในฐานะผู้นำทางนวัตกรรมพลังงาน การเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนนถือเป็นหนึ่งในประเด็นทางสังคมที่เราให้ความสำคัญและมุ่งดำเนินงานมาโดยตลอด นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพและการบริการแล้ว เชลล์มีความตั้งใจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสำหรับประเทศไทย ภายใต้แนวทางการดำเนินงานของเชลล์ในการเติมสุขให้ทุกชีวิต หรือ Making Life’s Journeys Better เราเชื่อว่าความสำเร็จในเรื่องนี้จะมาจาก ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ในการเสริมองค์ความรู้ ปลูกฝังจิตสำนึก สร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และระดมมาตรการจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างท้องถนนที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืนให้แก่สังคมไทย รวมถึงเป้าหมายภายในองค์กรของเชลล์เองคือ Goal Zero ที่จะดำเนินงานโดยที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือการรั่วไหลใดๆ ในทุกที่ที่เราดำเนินงาน รวมถึงความปลอดภัยทางถนนที่มีเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์

อรรถ เหมวิจิตรพันธ์ รองประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด

เชลล์ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางถนนผ่านกระบวนการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกและความรู้ให้แก่ประชาชน โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกการระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนในลำดับต้นๆ ของโลก ด้วยจำนวนกว่า 36.2 รายต่อประชากรหนึ่งแสนคน เฉลี่ย 24,000 คนต่อปี หรือ 66 คนต่อวัน ดังนั้นการดำเนินการมีทั้งภายในและภายนอกที่ร่วมกับภาคี อาทิ การกำหนดและใช้กฎระเบียบที่เคร่งครัด เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในทุกประเทศที่เชลล์ดำเนินงานอยู่ สำหรับประเทศไทย เชลล์มีโครงการนำร่องเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การมอบเครื่องมือป้องกันอุบัติเหตุ การฝึกอบรมขับขี่ด้วยเครื่องจำลองการขับขี่ซิมูเลชั่นให้กับพนักงานขับรถตลอดห่วงโซ่ธุรกิจของเชลล์ โดยตั้งเป้าฝึกอบรมพนักงานขับรถจำนวน 5,000คน ภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยและบรรลุเป้าหมายในการลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจนถึงระดับไม่มีอุบัติเหตุเลย รวมถึงปลูกฝังวัฒนธรรมการใช้ท้องถนนอย่างปลอดภัยแก่นักเรียน ครู และผู้ปกครอง ในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ผ่านโครงการ “ChildVoice to Safety

เชลล์ยังมองถึงอนาคตในการช่วยสนับสนุนให้โครงสร้างพื้นฐานทางถนนของประเทศไทยปลอดภัยสำหรับทุกการขับขี่ผ่านทางนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยางมะตอยของเชลล์ โดยปัจจุบันได้มีการเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตยางมะตอยที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มความปลอดภัยทางถนน อาทิ ยางมะตอยเรืองแสง วัสดุทำถนนที่ดูดซึมน้ำฝนได้ดี รวมถึงลดการไถลลื่นของยานพาหนะในระหว่างการขับขี่ นอกจากนี้ เชลล์ยังทำการสื่อสารกับผู้ขับขี่ผ่านทางช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนักและปรับพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเชลล์ส่งเสริมทั้งการอบรมให้ความรู้และปรับเพิ่มให้สถานีบริการน้ำมันเชลล์เป็นจุดรณรงค์ความปลอดภัยและปลอดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่การจราจรหนาแน่นเป็นพิเศษ

อรอุทัย ณ เชียงใหม่ กรรมการบริหาร ธุรกิจการตลาดค้าปลีก บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่การเน้นให้สถานีบริการน้ำมันเชลล์เป็นจุดรณรงค์ความปลอดภัยและปลอดอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยในการเดินทางช่วง วันอันตรายในเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่จุดบริการพิเศษ 55 แห่งภายในสถานีฯ ของเชลล์บนเส้นทางหลักๆ เป็นจำนวนมากกว่า 1,000,000 คน และเพื่อสานต่อการตอบรับที่ดียิ่งนี้ เชลล์จึงมอบบริการพิเศษสำหรับทั้งยานพาหนะและผู้ขับขี่ ตลอดเทศกาลสงกรานต์อีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของเชลล์จะได้รับการดูแลตั้งแต่ก่อนการเดินทาง ระหว่างและเพื่อถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย ในปีนี้ คาดว่าจะมีผู้ขับขี่เข้ารับบริการเติมความปลอดภัยจากสถานีบริการน้ำมันเชลล์เพิ่มขึ้นอีก 50%

อรอุทัย ณ เชียงใหม่ กรรมการบริหาร ธุรกิจการตลาดค้าปลีก บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด

เชลล์ยังมุ่งเน้นร่วมมือกับพันธมิตรในการระบุถึงสาเหตุ แนวทางแก้ปัญหา และแบ่งปันความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของแต่ละหน่วยงาน โดยจัดการอภิปรายหัวข้อ คุณปลอดภัย ทุกคนปลอดภัย ร่วมใช้ถนนอย่างรับผิดชอบ

นายแพทย์พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ได้เผยถึงข้อมูลสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศ และได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายของภาครัฐ ไปจนถึงกิจกรรมที่สำนักงานกำลังจะดำเนินงานให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ ด้าน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 ได้ให้ข้อมูลในส่วนของการใช้บังคับข้อกฎหมายต่างๆ พร้อมกำชับเพิ่มเติมให้ประชาชนร่วมเคารพกฎจราจรเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุให้น้อยที่สุด ส่วน วัลลภ งามสอน ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบกในการกำกับ ดูแลตัวรถและผู้ขับรถด้วยการกำหนดแผนพัฒนาให้มีการปฎิบัติตามกฎหมายและกฏระเบียบรวมถึงประสานและวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับการขนส่ง เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงสงกรานต์ และ นส.กรวิการ์  บุญตานนท์ เจ้าหน้าที่วิจัย ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ได้ร่วมให้ข้อแนะนำในการป้องกันอุบัติเหตุแก่ผู้ปกครอง โรงเรียน และผู้ขับขี่ของระบบขนส่งสาธารณะเพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน ส่วน นายพรพรต สุริยนต์ รองผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 13 กล่าวถึงการดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงการวิจัยและพัฒนางานก่อสร้าง บูรณะ และบำรุงรักษาทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงสัมปทานเพื่อสร้างความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ทุกคน

เพื่อเติมความปลอดภัย เชลล์ได้จัดเตรียมจุดพักและบริการพิเศษให้แก่ลูกค้าที่เข้ารับบริการในสถานีบริการน้ำมันเชลล์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้

  • ก่อนการเดินทาง
    • ฟรี ประกันภัยอุบัติเหตุ ระยะเวลาคุ้มครอง 10 วัน เมื่อซื้อหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เชลล์   เฮลิกส์
    • ตรวจเช็คสภาพรถ 10 จุด ฟรี ที่ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เชลล์ เฮลิกส์ พลัส
    • พิเศษ สำหรับสมาชิก เชลล์ คลับสมาร์ท รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง ฟรี
  • ระหว่างการเดินทาง
    • ดูแลความพร้อมของทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ด้วยน้ำยาเคลือบกระจก
    • “น้องถังเสี่ยงทาย” ที่มาพร้อมคำทำนายเตือนให้ผู้ขับขี่ร่วมใช้ท้องถนนอย่างระมัดระวัง
    • เครื่องดื่มแจกฟรี ณ สถานีบริการน้ำมันเชลล์ ทั่วประเทศ

เชลล์เชื่อว่า แคมเปญ คุณปลอดภัย ทุกคนปลอดภัย ร่วมใช้ถนนอย่างรับผิดชอบ จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างความปลอดภัยทางถนน อีกทั้งยังสนับสนุนให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงผลกระทบและปรับเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ว่าหลายครั้งอุบัติเหตุนั้นเป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากทุกฝ่ายหันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางถนนและใช้รถใช้ถนนร่วมกันอย่างรับผิดชอบ บนความร่วมมือจากภาคี เชลล์เชื่อมั่นว่าจะสามารถดำเนินมาตรการร่วมกันจนนำมาซึ่งความสำเร็จในเรื่องของความปลอดภัยทางถนนและสามารถขับเคลื่อนวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนชาวไทยได้อย่างยั่งยืน อรรถ เหมวิจิตรพันธ์กล่าวสรุป

Page 1 of 13