November 20, 2018

ANANTARA Vacation Club สกุลเงินสำหรับการท่องเที่ยว

August 03, 2018 954

ในโลกใบนี้ Business Model ของการประกอบกิจการโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก หรือบริการจัดหาที่อยู่หลับนอน ตลอดจนที่กินที่เที่ยวหรือแม้กระทั่งที่ทำงานหรือติดต่อธุระ สำหรับนักเดินทาง นักท่องเที่ยว เพื่อพักผ่อนหย่อนใจหรือเพื่อธุรกิจ และผู้ที่ต้องเดินทางออกไปประชุมสัมมนานอกสถานที่ ทั้งที่เป็นตลาด Hi-End บนยอดพีระมิด ตั้งแต่ระดับอภิมหาเศรษฐี มหาเศรษฐี และเศรษฐี ลงมาจนถึงระดับ Mass Market นั้น มีอยู่ด้วยกันหลายโมเดล

ตั้งแต่แบบ Traditional Model คือการรับแขกเข้าพักเป็นรายวันหรือรายหลายวัน (หรือแม้กระทั่งนานเป็นแรมเดือน) แบบโรงแรมหรือรีสอร์ททั่วไป ตามที่บรรดานักเดินทางท่องเที่ยว คุ้นเคยมาแต่โบร่ำโบราณ พัฒนามาจนถึงแบบที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีระดับสูงอันก้าวหน้า เป็นตัวจักรสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Peer-to-Peer Sharing หรือ Peer-to-Peer Renting หรือ Property Bartering หรือ Home Swap หรือ Home Exchange หรือ Co-Housing Space ไปจนถึง Residential Sharing Platform ระดับยักษ์ใหญ่อย่าง AirBnb เป็นต้น

โดย Business Model แบบหลังๆ มานี้ ผู้ให้บริการมักจะอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ ตัดหรือทำธุรกรรมข้ามหัว บรรดานายหน้าและตัวกลาง ทิ้งไปเสียหมดหรือเกือบหมด

นั่นแสดงให้เห็นว่า โลกเรา Civilized ขึ้นมาก นับจากอดีต เพราะการที่นักเดินทางหรือนักท่องเที่ยว (หรือผู้ต้องการเช่า) ในฐานะผู้บริโภค สามารถมีทางเลือกในการบริโภคอย่างมากมายและหลากหลาย เลือกเอาได้ตามความต้องการและความชอบหรือความพอใจหรือรสนิยมของตนๆ ที่แยกซอยย่อยออกไปได้อีกเป็นจำนวนมากและหลากหลายเช่นนี้ ย่อมแสดงหรือสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพชีวิต หรือ Quality of Life โดยรวมของมนุษย์ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เลือกเอาได้ตามใจชอบ....แต่ละคน ทีละคน ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

เอาให้เกิดความพอใจสูงสุด สุขที่สุด และอิ่มเอมที่สุด ตามแต่ใจปรารถนา

ทว่า แต่ละแบบแต่ละทางเลือก ล้วนมีข้อดี ข้อเด่น ข้ออ่อน ข้อแข็ง และความเสี่ยง ที่ต่างกัน เหมาะสมกับผู้บริโภคแต่ละกลุ่มต่างกัน รสนิยมต่างกัน ในเวลาและโอกาสที่ต่างกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อให้ผู้บริโภคทุกกลุ่ม บรรดามีในโลกนี้ ได้มีโอกาส “เลือก”

และก็ต้องเลือกให้ดี เลือกให้ถูกด้วย ซึ่งแต่ละคนคงจะมีหลักการของตนเองอยู่แล้ว

อนันตรา แปลว่า “ไม่มีที่สิ้นสุด”

อนันตรา เวเคชั่น คลับ (ANANTARA Vacation Club) ก็เป็นสถานที่ตากอากาศและพักผ่อนหย่อนใจแบรนด์สำคัญในระดับ Luxury แบรนด์หนึ่ง ที่สามารถสร้าง Business Model อันน่าสนใจขึ้นมาให้บริการกับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่กำลังเติบโตขึ้นในยุคที่โลกมั่งคั่งขึ้นและย่อเล็กลง ทุกคนสื่อสารและรับรู้ได้ถึงกัน ด้วยเทคโนโลยีสารพัดแขนง

นับเป็น Innovation แบบหนึ่งในวงการท่องเที่ยวของโลก

อนันตรา (ซึ่งมาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “ไม่มีที่สิ้นสุด”) ได้นำเสนอให้ผู้บริโภคสมัยใหม่ สามารถเลือกที่จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์วันหยุดร่วมกันได้ โดยอาศัย “คะแนนคลับพอยต์” (Club Point) ซึ่งเปรียบเสมือน “สกุลเงินสำหรับการท่องเที่ยวและเข้าพักในเครือข่ายของอนันตรา” เพื่อแลกกับบริการใน Service Ecosystem ที่อนันตราสร้างขึ้นทั่วโลก ทั้งที่ Club Resorts ของอนันตราเอง ที่มีอยู่ 9 แห่ง และเครือข่ายอื่นที่อนันตราเข้าร่วม เช่น Hilton Grand Vacations, Travily, Club Escapes, Interval International, Diamond Resorts International และ EMBRAC โดยทั้งหมดกระจายกันอยู่ทั่วโลก ทั้งที่เป็นโรงแรม รีสอร์ทชายหาด สกีรีสอร์ท และสนามกอล์ฟ เป็นต้น

ลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการใน Ecosystem นี้ได้ ต้องสมัครซื้อ Club Point อย่างต่ำ 6,000 คะแนน ในราคาขั้นต่ำประมาณ 600,000 บาท โดยลูกค้าจะได้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามที่อนันตรากำหนดไว้ และลูกค้าเลือกได้ก่อนว่าต้องการ Package แบบไหน อีกทั้งยังสามารถเข้าร่วมบริหาร Property โดยการออกเสียงผ่านนิติบุคคลส่วนกลาง ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย ได้อีกด้วย

Business Model แบบนี้ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือนักท่องเที่ยวที่ออกเดินทางท่องเที่ยวแบบสม่ำเสมอในแต่ละปี

การซื้อแพกเกจ เพื่อให้สามารถเข้าถึง Luxury Ecosystem ในระดับโลกแบบนี้ได้ นับว่าคุ้มค่า

นอกจากนั้น มันยังมีความยืดหยุ่น ในการวางแผนและเลือกใช้บริการ ตลอดจนความปลอดภัยอีกด้วย

จุดสำคัญอันหนึ่ง ที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจ ย่อมเป็นผู้ถือหุ้นอันแข็งแกร่ง ที่เป็นผนังพิงให้กับอนันตรา นั่นเอง

อย่าลืมว่า การลงทุนซื้อ Package ที่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าก่อนเป็นจำนวน มากๆ นั้น มันย่อมมีความกังวล เหมือนกับการซื้อคูปองล่วงหน้าในทุกกรณี

กังวลทั้งในเชิงว่า หากอนันตราขายแพกเกจเหล่านี้ได้ไม่มากพอ แล้วลูกค้าที่ซื้อแรกๆ ยังจะได้รับบริการตามที่โฆษณาไว้หรือไม่? (ความรู้สึกคล้ายๆ กับคนซื้อบ้านจัดสรร หรือคอนโด ที่ขายได้ไม่มากหรือขายไม่หมด จนบางแห่งกลายเป็นหมู่บ้านร้าง หรือไม่ก็ไม่มีการจัดการสาธารณูปโภคที่ดีพอ)

กังวลทั้งในเชิงว่ากิจการจะยังคงดำเนินการต่อไปและพัฒนา Service Ecosystem ของตัวเอง ให้ใหญ่โตก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ว่าไว้แต่แรกหรือไม่?
และถ้าดำเนินการต่อไปแล้ว จะยังคงรักษามาตรฐานการให้บริการระดับสูงแบบนี้ ต่อไปได้อยู่หรือไม่?

ฯลฯ

“ความเชื่อมั่น” จึงเป็นประเด็นสำคัญมาก และเป็น Key Success Factor ของการให้บริการแบบนี้

อนันตรา ได้เปรียบในเชิงนี้ 100% เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหารของอนันตราคือ Minor Group ซึ่งเป็นกิจการขนาดใหญ่และมีสถานะทางการเงิน ตลอดจน Capacity ในเชิงบริหารจัดการ ที่เข้มแข็งมากแห่งหนึ่งของไทย

William E. Heinecke หรือที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม บิล ไฮเน็คกี้ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มนี้ เป็นผู้ประกอบการที่เก่ง มองการณ์ไกล มากความสามารถในเชิงการบริหารจัดการองค์กร และสามารถสร้างความไว้วางใจในหมู่ผู้ลงทุนได้ เป็นอย่างดี

ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี เขาสร้างธุรกิจจากเล็กๆ จนขยายไปทั่วโลก โดยผู้ร่วมลงทุนและสนับสนุนเขามีอยู่ในทุกกลุ่มของสังคมไทย ทั้งนักลงทุนทั่วไปที่ชอบลงทุนในหุ้นของกิจการที่เขาบริหาร นายธนาคารที่ให้คะแนนกิจการของเขาว่าเครดิตดีเยี่ยม นักลงทุนสถาบันที่ต้องมีหุ้นของเขาอยู่ในพอร์ตเสมอ ไปจนถึงสถาบันระดับสูง ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของสังคมไทย ซึ่งให้การสนับสนุนเขาและกิจการของเขามาโดยตลอด แม้เขาจะไม่ได้เป็นคนไทยแต่กำเนิด ก็ตามที

และกิจการที่เขาจับ ก็มักจะประสบความสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจบริการ ทั้งอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม และรีสอร์ท

แน่นอน อนันตรา เวเคชั่น คลับ ก็เป็นหนึ่งในนั้น